 |
เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองน่าน มีอายุกว่า ๖๐๐ ปี ประดิษฐานอยู่ที่วัดแช่แห้ง สร้างในสมัยพญาการเมือง เมื่อปีพ.ศ. ๑๘๙๗ เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระมหาชินธาตุเจ้า ๗ พระองค์ พระพิมพ์ทอง พระพิมพ์เงินอย่างละ ๒๐ องค์ที่ได้พระราชทานจากพระยาลิไทแห่งกรุงสุโขทัย องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ทรงระฆัง บุด้วยทองจังโกหรือทองเหลืองผสมทองแดง... อ่านต่อ |
|
 |
เป็นวัดที่แปลกกว่าวัดอื่น ๆ ในน่าน สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. ๒๑๓๙ ในสมัยเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ และมีการบูรณในสมัยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เมื่อพ.ศ. ๒๔๑๐ เป็นวัดที่สร้างทรงจตุรมุข หนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ดูคล้ายตั้งอยู่บนหลังพญานาค ๒ ตัว อาคารนี้เป็นทั้งพระอุโบสถ พระวิหาร และพระเจดีย์ประธาน โดยใช้อาคารในแนวตะวันตก-ตะวันออก เป็นพระวิหาร และอาคารแนวเหนือ-ใต้เป็นพระอุโบสถ... อ่านต่อ
|
|
 |
อยู่ใกล้กับวัดภูมินทร์ เรียกว่า หอคำ เนื่องจากเดิมเป็นคุ้มของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๖ จัดแสดงโบราณวัตถุ ตลอดจนสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศิลปะ โบราณคดี และชาติพันธุ์วิทยาประจำท้องถิ่น ที่นี่ยังเป็นที่เก็บโบราณวัตถุคู่เมืองน่าน คือ งาช้างดำ เป็นงาปลีเปลือกสีน้ำตาลเข้ม มีความยาว ๙๗ ซม.วัดโดยรอบ ๔๗ ซม. หนักประมาณ ๑๘ กก. เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา ๐๙.๐๐ น.-๑๖.๐๐ น. ค่าเข้าชม ชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๓๐ บาท รายละเอียดติดต่อ โทร. ๐ ๕๔๗๑ ๐๕๖๑
|
|
 |
สร้างโดยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ หลังปี พศ. ๒๔๑๖ เนื่องจาก พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯกราบบังคมทูลถึงจำนวนวัดในเขตเมืองน่านต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอม
เกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เกินไป ๑ วัด จึงได้สร้างวัดน้อยแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อให้ครบตามจำนวนที่กราบบังคมทูล ปัจจุบันอยู่ในเขตพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ น่าน
|
|
 |
เดิมชื่อวัดหลวงกลางเวียง สร้างขึ้นในสมัยพญาภูเข่งเมื่อปีพ.ศ. ๑๙๔๙ ในอดีตเจ้าผู้ครองนครน่านใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญทางพุทธศาสนา และพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา พระธาตุช้างค้ำ เป็นพระเจดีย์ทรงระฆัง ฐานสี่เหลี่ยม ก่ออิฐถือปูน และปั้นเป็นรูปช้างครึ่งตัว ด้านละ ๔ เชือก และที่มุมทั้งสี่อีก ๔ เชือก ดูคล้ายเอาหลังหนุนหรือ ค้ำ องค์เจดีย์ไว้ ลักษณะคล้ายวัดช้างล้อมของสุโขทัย พระพุทธรูปสำริดยืนปางประทานอภัย อายุราวครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ ๑๙ อยู่ในพระวิหาร และมีองค์พระประธานปูนปั้นขนาดใหญ่ศิลปะเชียงแสนฝีมือสกุลช่างน่าน
|
|
 |
มีลักษณะศิลปกรรมแบบท้องถิ่นล้านนา สกุลช่างเมืองน่าน ไม่ปรากฏปี พศ.ที่สร้างในวัดมีหอไตรเก่าลักษณะน่าชม เจดีย์ทรงปราสาทหรือทรงเรือนธาตุ อิทธิพลศิลปะล้านนา ฐานล่างทำเป็นหน้ากระดานสี่เหลี่ยมรับฐานบัวลูกแก้วสองชั้น มีชั้นหน้ากระดานคั่นกลาง ฐานบัวลูกแก้วชั้นบนย่อเก็จรับเรือนธาตุไปจดชั้นบัวถลาใต้องค์ระฆัง ส่วนเรือนธาตุมีซุ้มจระนำด้านละซุ้ม ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย ที่มุมผนังทั้งสองข้างปั้นเป็นรูปเทวดาทรงเครื่องยืนพนมมือ
|
|
 |
พระอุโบสถตกแต่งด้วยลายปูนปั้นฝีมือวิจิตรงดงาม ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวเมืองน่าน ฝีมือช่างท้องถิ่นยุคปัจจุบัน มีเสาหลักเมือง สูงประมาณ ๓ เมตร ฐานประดับด้วยไม้แกะลวดลายลงรักปิดทอง ยอดเสาแกะสลักเป็นรูปพรหมพักตร์มีชื่อ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ประดิษฐานอยู่ในศาลาจัตุรมุขด้านหน้าพระอุโบสถ
|
|
 |
สร้างขึ้นในปี พ.ศ.๒๔๐๙ เป็นเรือนไม้สักทองสองชั้น ในปี พ.ศ.๒๔๘๔ ได้รื้ออาคารเดิมและก่อสร้างใหม่ ย่อขนาดให้เล็กลง ปลูกสร้างในตำแหน่งเดิม ปัจจุบันเป็นที่พักของเจ้าสมปรารถนา ณ น่าน ยังคงเก็บรักษาของเก่าแก่ประจำตระกูล เช่น ดาบ งาช้างศึก อาวุธโบราณ ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์รัชกาลที่ ๕ นักท่องเที่ยว
ที่สนใจเข้าชม ให้ติดต่อกับเจ้าบ้าน โทร. ๐-๕๔๗๑-๐๖๐๕
|
|
 |
ตั้งอยู่บ้านพญาภู สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าภูเข่ง ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐ อายุกว่า ๕๙๔ ปี นอกจากจะมีพระเจดีย์ขนาดใหญ่ที่สร้างไว้ด้านหลังพระวิหารแล้ว ในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางลีลา ๒ องค์ ซึ่งสร้างในสมัยพระเจ้างั่วฬารผาสุม ราว พศ.๑๙๖๙ นอกจากนี้ยังมีภาพไม้จำหลักทวารบาลรูปยักษ์ที่บานประตูประตูวิหาร |
|
 |
ตั้งอยู่บนถนนมหายศ สร้างขึ้นโดยพระนางปทุมมาวดี เมื่อ พ.ศ.๑๗๗๐ ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปที่สำคัญคือ พระเจ้าทองทิพย์ ซึ่งพระเจ้าติโลกราชแห่งนครเชียงใหม่ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ.๑๙๙๓ เป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์องค์ใหญ่ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๑๐ ฟุต สูง ๑๔ ฟุต ๔ นิ้ว มีงานนมัสการและสรงน้ำเป็นประจำทุกปี ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งจะมีการเฉลิมฉลองทั้งกลางวันและกลางคืน |
|
 |
ตั้งอยู่ที่ตำบลไชยสถาน อยู่ในเส้นทางเดียวกันกับวัดพญาวัด สันนิษฐานว่ามีอายุใกล้เคียงกับพระธาตุแช่แห้ง องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย ด้านตะวันตกของตัวเมืองน่าน สร้างในสมัยพญาภูเข่ง ในปี พศ.๒๐๓๐ องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์ เป็นศิลปะพม่าผสมศิลปะล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จากบนยอดเขาจะมองเห็นตัวเมืองน่านและพระธาตุแช่แห้งได้อย่างชัดเจน
|
|
 |
สันนิษฐานว่าการผลิตเครื่องถ้วยชาม โบราณที่บ้านบ่อสวกมีมาตั้งแต่เมื่อปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ๒๒ มีลวดลายประณีตอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะคือ ลายบ่อสวก เป็นลายคล้ายอินทธะนู โดยนำดินมาพิมพ์ลายด้วยแม่พิมพ์แล้วเรียงติดที่บ่าไห หรือภาชนะก่อนนำไปเผา ปัจจุบันที่ขุดเจอแล้ว ๒ เตาคือเตาจ่ามนัส และเตาสุนัน ลักษณะเป็นเตาเผาห้องเดี่ยว ผนังเตาก่อด้วยดิน ชนิดระบายความร้อนผ่านเฉียงขึ้น ผลิตเครื่องถ้วยหลายประเภท ได้แก่ จาน ชาม ไห น้ำต้น พาน ฯลฯ มีทั้งชนิดเคลือบและไม่เคลือบ
|
|
 |
ตั้งอยู่บนถนนสายน่าน-อ.ท่าวังผา ตรงกม. ที่ ๒๐ ก่อตั้งโดย วินัย ปราบริปู ศิลปินชาวเมืองน่าน มีพื้นที่ประมาณ ๑๓ ไร่ ติดริมน้ำน่าน อาคารชั้นล่างจัดแสดงนิทรรศกาลหมุนเวียน ของศิลปินรับเชิญ ชั้นสองจัดแสดงผลงานของวินัย ปราบริปู เป็นหอศิลป์ร่วมสมัยของเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เปิดให้เข้าชมวันพุธ-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ น. ๑๗.๐๐ น. ค่าเข้าชมคนละ ๒๐ บาท
|