หน้าแรกน่านทัวร์ริ่งหน้าแรกเว็บไซต์น่านทัวริงเกี่ยวกับจังหวัดน่านโปรแกรมทัวร์จังหวัดน่านทริปที่ผ่านมาห้องภาพน่านทัวร์ริ่งบันทึกการเดินทางจังหวัดน่านเว็บบอร์ดชาวน่านทัวริ่งคลิปวิดีโอเกี่ยวกับทีมงานน่านทัวริ่งหน้าสมาชิกน่านทัวริ่ง
 

* ภูเข้ จ.น่าน* ยอดเขาสูง บนเทือกหลวงพระบาง II

Posted by Vickie http://www.oknation.net/blog/vickie
--------------------------------------------------------------------------------
หลังอาบน้ำตก ธารเล็กๆ บนความสูง 1800 ม.รทก. ในเวลาค่อนบ่าย ณ เวลา เหลือเรา 6 คน ที่ค่อยๆ ตะกายขึ้นสันเขา ทางเดินขึ้น ขึ้น และขึ้น ไปถึงสันเขา ..... แต่ ... คนอื่นหายไปไหนกันหมดเนี่ยะ หลังจากหมุนไปหมุนมา หมอกก็ลงมาตรึม จนพวกเราทิ้งเป้ ควักกล้องออกมาถ่ายรูปเล่นกันก่อนดีกว่า

เราถ่ายรูปกันอยู่ตรงนั้น เยอะเอาการ สนุกสนาน ลั้นลา แบบลืมเวลา ลืมความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า และก็เกือบลืมว่า จะต้องเดินตามเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งไป ตอนนี้พี่พวงกะเจ้าโอ๋ย พร้อมด้วยพี่หมอ และลูกหาบอีก 3 คน ล่วงหน้าไปไหนแล้วก็ไม่รู้ นึกขึ้นได้ เราก็ต้องรีบขึ้นเป้กันอีกรอบ

เดินๆ ๆ ๆ ไปตามทางที่เห็นรอยรองเท้า "

เฮ้ย ... เพื่อนเราเดินกันจนเท้ากลายเป็นกีบไปแล้ว " "

ไม่ใช่ ... นั่นมันรอยตีนวัว ...เจ้ก็ "

เดินไปตามทาง หมอกลงจัดอีก อ้าว แล้วจะเห็นเพื่อนเรามั๊ยเนี่ยะ

สุดท้ายเลยต้องกู่เรียก แล้วก็ได้ยินเสียงตอบกลับที่อยู่ไม่ไกลนัก แต่ต้นไม้รกๆ มันบัง ทำให้เรามองไม่เห็นกัน แล้วท้ายที่สุด เราก็แปรสภาพพื้นที่ริมทางตรงนี้เป็นแคมป์ของเรา ค่อยยังชั่ว

คืนนี้ป๋มขอนอนเปลบ้าง อุตส่าห์แบกมา แต่ด้วยความขี้เกียจกางไว้ก่อน ก็เลยได้อานิสงค์ ไปขอคอนโดกับพี่พวง ที่กางไว้ก่อน

เมื่อคืนฝนตกอีกรอบ มีสาดนิดหน่อย แต่ยังดีที่ป๋มใส่พลาสติกรองเปลไว้ด้วย แล้วยังมุดตัวอยู่ในถุงนอนอีก เลยไม่เป็นปัญหามากมาย หลับสบายยันเช้า ที่ได้ยินเสียงเรียกไปจิบกาแฟกันนั่นแหล่ะ

เช้านี้ หลังมื้อเช้า เราเก็บสัมภาระเสร็จ ก็มุ่งหน้าตามทางวัว เดินตามร่องน้ำลงสู่หมู่บ้านกัน แต่กว่าจะพ้นทางเดินที่เป็นร่องนำกัดเซาะมาได้ ก็นานโข จนโผล่หน้ามาถึงสันเขา ที่เป็นหน้าผา 2 ด้าน ฝั่งซ้ายไทย ฝั่งขวาลาว

หมอกลงจัดมาก ๆ จนบางครั้งเห็นไม่ไกลเกิน 10 เมตร กว่าจะถ่ายรูปได้ บางทีก็ต้องรอ เพราะเส้นทางในสายหมอก สวยออกจะตายไป

พอหมอกสลาย ..... ก็เห็นเส้นทางสันเขา แบ่งฝ่ายลาวและไทยออกจากกัน ทางเบื้องหน้าที่เห็น ขวาลาว - ซ้ายฝั่งไทย .... แต่เราจะต้องเดินไปขึ้นยอดนู่นอีกเหรอ โอว ว ว ว ... งั้นขอถ่ายรูปตรงนี้กันก่อนละกัน

ม่ายมีทาเก็ตโรยคร่ะเจ้ คราวหน้าจะไปหลวงพระบาง ... ไปด้วยกันมะคะ อ้อ....ตอนนี้(23-28 กค. 51 ) สาวเจ้าขอไปเล็ง อยู่ที่ซาปา เวียดนามโน่น โน่นน ทางข้างหน้า ขึ้นเขาอีกฝั่งที่เราจะต้องเดินไป ดูเหมือนทางชันมาก แต่พอเดินกันจริงๆ ก็ไต่ระดับเรื่อยๆ ไม่รู้สึกมาก ก่อนจะทะลุไปถึงเขตรั้ว ที่เราขอยึดเป็นสมรภูมิถ่ายรูปกันซะหน่อย ติ๊ดต่างว่า เป็นไร่ของเราเอง

วิกกี้ : ตะเอง มาเที่ยวไร่เค้า เดินกันเหนื่อยมะ

สตาร์รี่ : เหนื่อยจิคระ แต่ชอบอ่ะ ขอเป็นเจ้าของไร่ด้วยคนนะ

อดัมส์ : อ้าว...อ้าว...

ถ่ายรูปกันได้พักใหญ่ เราก็ต้องรีบเดินกันต่อ หลังได้ยินเสียงกู่เรียกจากเพื่อน เรา 4 คนที่เดินรั้งท้าย ไม่รอช้า จ้ำตามไปจนถึงเขตรั้วกั้น "ปีน ปีน ปีน ... รั้วกั้นวัว มะได้กั้นเรา" รามาเป็นเจ้าของไร่กัน 3 คนละกัน ปล่อยสมบีถ่ายรูปไป 5 5 5 ปีนแล้วก็เร่งจ้ำกันต่อ จนไปเจอเพื่อนอยู่ข้างหน้านู่น มีละอองหมอกปลิวเข้ามาปะทะ เป็นระลอกแล้วเราก็เดิน เดิน เดิน ทางจะเริ่มลงเรื่อยๆ ๆ ไปเจอกับทุ่งโล่งๆ อีกยอดเขาอันเป็นที่ปักหลักเขตประเทศ 3-35 อ้าว แล้ว 3-36 หายไปไหนอ่ะ" " หลักนั้น เราแวะไม่ทันหรอกครับ " พี่หมอบอก... " ส่วนหลัก 3-34 ก็ต้องเดินลึกไปอีก " " อ๋อ ค่ะ งั้นแค่นี้ก็พอค่ะ " ถ่ายรูปกันตรงนี้พักใหญ่ เราก็ไปต่อ ยังไม่พักกินข้าวเที่ยงพี่ ไปกินกันที่ " น้ำตก รางจาล" ดีกว่า

เราเดินตามทางร่องน้ำกัดเซาะลงไปอีกหน่อย ถึงลานโล่ง ก็ตัดลงไปตามแนวกันไฟ (ไม่รู้เค้าใช้เป็นถนนหรือแนวกันไฟ) เลาะไป จนถึงทางแยก ขามา เราจะไปเล่นน้ำตกกัน เอาข้าวเที่ยงไปกินด้วยเถอะ ง่ายๆ ต้มมาม่าละกัน กาแฟด้วยอย่าลืม

จากจุดนี้ เดินลัดเลาะไปอีกราว 20 นาที ก็ได้ยินเสียงน้ำตกดังๆ ก่อนที่ธารน้ำ เหนือน้ำตก จะปรากฎ เบื้องหน้า นี่เราจะลงกันข้างน้ำตกเลย แล้วก็เลาะแอ่งน้ำ ลงไปด้านล่างอีกที น้ำตกสวยงาม พิสุทธิ์ ที่จะว่าไป ก็อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน จนเราพูดกันว่า คราวหน้า มาแค่น้ำตกได้ป่าว

พวกเราอาบน้ำอาบท่ากับสบายใจ กินข้าวเที่ยง ดูท่าฝนมาอีกแล้ว น้ำไม่ใสเท่าไหร่ เราก็เลยขึ้นกัน แต่คราวนี้ไม่ต้องเลาะน้ำตกกลับทางเก่า เราตัดขึ้นด้านข้าง ฝั่งซ้ายมือขณะหันหน้าเข้าน้ำตก ขามาลงฝั่งขากลับนี่ไม่ยาก เพราะเดินตามทางลงไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็นั่งพักมันกลางทางนั่นแหล่ะ ตรงไหนสวยก็หยุดถ่ายรูป

พี่หมอเดินไปเดินมา พวกเราแยกเป็น 2 กลุ่มกันไปโดยปริยาย พวกป๋ม 4 คน เดินเลาะไปตามถนนตัดใหม่ ผ่านนาข้าว แล้วก็ไร่ข้าวโพด อ้อมหน่อยแต่ก็น่าจะเดินง่ายกว่า ขณะที่เพื่อนอีก 4 คน ปีนขึ้นไปเดินลื่น เดินลื่น ผ่านทุ่งนาขั้นบันได ตามทางเก่าอกว่า ขึ้นทางนี้ก็ได้ จะมีทางไปบรรจบกับขามา

อดไม่ได้ที่จะไม่ถ่ายรูป เวลาเห็นทุ่งนาเขียวๆ แต่ดูท่าเขาแถวนี้ กลายเป็นแปลงเกษตรไปหมดแล้ว เดินกันจนเหนื่อย ถึงได้เห็นโรงเรียนอยู่ลิบๆ ให้ใจชื้น กว่าที่เราจะเดินไปถึงโรงเรียนก็ปาเข้าไปเกือบบ่าย 4 พอมองย้อนกลับไปทางยอดภูเข้ โห ... ฟ้าเปิดเฉยเลย

" มาซิ หน้าหนาวฟ้าเปิด สวยมากนะ " พี่หมอบอก

พวกเรารีบอาบน้ำอาบท่า เดินทางกับต่อ ราว 5 โมง ที่ได้ร่ำลาพี่หมอ และพี่ลูกหาบอีก 2 คน ที่บอกกันไว้ว่า ถ้าวิกกี้ไปอีก ก็บอกกันนะ จะได้ไปเดินป่าด้วยกันอีก

เราออกเดินทางจากโรงเรียน ตชด. กลับทางบ่อเกลือ ....ปรากฏว่า คราวนี้มืดเร็วมาก ยังไม่ทันถึงดอยภูคา ก็มืดสนิท แถมด้วยหมอกที่ลงจัดมาก พี่ยุทธลองเปิดไฟสูง กลายเป็นจ้ามองไม่เห็นทาง จนต้องรีบเปลี่ยนมาใช้ไฟต่ำเหมือนเดิม

" นี่ผมขับเกาะเส้นถนนเลยนะเนี่ยะ " พี่ยุทธ บอก ขณะที่เราเองมองเห็นสายหมอกที่ลดพัดเข้าบดบังทาง ระลอกแล้วระลอกเล่า จนเข้าใจเลยว่า ทำไมถึงเกิดอุบัติเหตุรถตกเหวได้ ถ้าคนขับไม่ชินเส้นทาง

" เฮ้ย เส้นถนนหาย " เสียงพี่ยุทธร้องบอก ขับไปคุยไป ผ่านไปสบายๆ แต่ดันไปหลงในเมืองแทน หาทางไปน่านทัวริ่งไม่เจอซะงั้น 5555 กินข้าวกินปลาเสร็จ เราร่ำลาน้องที่ผันตัวเองไปอยู่เมืองน่าน กลับ กทม. กับความคาดหมายในใจ .... คราวหน้า ป๋มจะไปภูเข้หน้าหนาวดูบ้าง

*** เรื่องเล่าจากพี่ยุทธ ***

" ไอ้ตรงที่ตะกายดินเละๆ กันนั่นแหล่ะ ป๋มก็พยายามขึ้นไปนะ แต่ไม่ไหว อีกที ลื่นพรืดลงไปเลย ก็เลยว่า สงสัยเดินไม่ไหวแน่หว่ะ แล้วถ้าต้องเดินอีก 2 วัน ขึ้นทางชันๆ คงแย่ ก็เลยตัดสินใจกลับดีกว่า เดินกลับทางเก่า ลูกหาบก็ชี้ทางให้ แต่เชื่อมั้ยว่า อีตอนที่ป๋มเดินผ่านที่เราพักกันเมื่อคืน จนลงไปอีกทางตรงที่ตัดขึ้นมา หมอกมันลงจัดมากเลย มองไม่เห็นทาง ผมเดินลงไป ก็หาทางไปรั้วกั้นวัวไม่เจอ กลับขึ้นไปตั้งหลักใหม่ ให้แน่ใจว่าลงไม่ผิดด้าน แต่พอเดินลงไป ก็หาทางไม้รั้วกั้นวัวไม่เจอ ผมเดินกลับไป กลับมาอยู่อย่างงั้นหลายรอบ จนใจไม่ดีว่า กรูหลงแน่...!!! "

สุดท้ายนึกในใจ " ให้เจ้าป่าเจ้าเขาช่วย อธิษฐานขอให้ช่วย ขอเสร็จ เชื่อมั๊ยว่า หมอกมันลอยเปิดให้เห็นทางชัดๆ แล้วไอ้รั้วกั้น ก็อยู่ไม่ไกล จากที่ผมเดินนั่นแหล่ะ" ผมงี้ขนลุกเลย" แล้วรู้มั๊ยว่า กว่าจะเดินทางกลับถึงโรงเรียน ตชด. ปาเข้าไป 2 ทุ่มแน่ะ ....

อย่าว่าแต่พี่ขนลุกเลย ตอนป๋มนั่งพิมพ์เรื่องนี้ ป๋มก็ขนลุกด้วยเหมือนกัน ....
 
 
 

 
ความเห็นที่:
1
ออกความเห็นโดย: nana [ -*-* ] หมายเลข IP: 119.42.78.165
เวลา: 29 ส.ค. 2551 12.50 น.
 
 

 
ความเห็นที่:
2

สวยมากค่ะ

ชอบ ๆ

ถ้ามีโอกาศได้ไปจะไปค่ะ

อิอิ

ออกความเห็นโดย: น้ำหวาน [ www.so_1990@hotmail.com ] หมายเลข IP: 118.172.125.149
เวลา: 4 ก.พ. 2552 16.19 น.
 
 

 
ความเห็นที่:
3

I think it is so beautiful.And i want to go to.It is my home town.but i don't know it have in nan province ka.

ออกความเห็นโดย: yanisa [ yanisakham@hotmail.com ] หมายเลข IP: 203.146.116.101
เวลา: 16 มี.ค. 2552 13.42 น.
 
 

 
ความเห็นที่:
4

คนน่านแต่ไม่เตยเห็นอารายจะสวยขนานนี้

ชักอยากร่วมงานกับพี่ ๆ แล้วสิ

 

ต้องทำไงบ้าง

ออกความเห็นโดย: คนน่าน [ noi_nancha_aae@hotmail.com ] หมายเลข IP: 203.156.94.245
เวลา: 24 มี.ค. 2552 15.57 น.
 
 

 
ความเห็นที่:
5

                    สวยจังเลย อยากไปอยู่น่านจัง โดยเฉพาะ อำเภอสองแควเนีย

อยากร่วมเป็นสมาชิกบ้างทำงัยคะ ช้วยติดต่อกลับด้ววยนะคะสนใจมากเลย คน ต.จ.ว

ออกความเห็นโดย: อ้อม [ aom-noy-si@hotmail.com ] หมายเลข IP: 119.160.218.135
เวลา: 21 ส.ค. 2552 18.14 น.
 
 

 
ความเห็นที่:
6
ชอบจัง
ออกความเห็นโดย: mini หมายเลข IP: 124.121.55.74
เวลา: 21 ม.ค. 2553 18.21 น.
 
 


 
ชื่อผู้ลงความเห็น
*
อีเมล์แอดเดรส
*ลากไปวางในกรอบ
  จัดรูปชิดซ้าย จัดรูปกึ่งกลาง จัดรูปชิดขวา
 
  ขนาดรูปภาพไม่เกิน 100 kb สัดส่วนพอเหมาะคือ 640 x 480, 1024 x 748
นามสกุลเป็น jpg, jpeg, gif, png
 
รหัสยืนยัน
*
 
 
 
 
© Copyright 2009-2010 All Rights Reserved By Nantouring.com.
Web Master: saratkhattiya@hotmail.com

บริษัท น่านทัวร์ริ่ง จำกัด

11/12 ถ.สุริยะพงษ์ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน 55000
Tel. 08-1961-7711, 0-5475-1122 Fax. 0-5475-1199
Email : nantouring@hotmail.com
TAT Licence No. 22-0210