หน้าแรกน่านทัวร์ริ่งหน้าแรกเว็บไซต์น่านทัวริงเกี่ยวกับจังหวัดน่านโปรแกรมทัวร์จังหวัดน่านทริปที่ผ่านมาห้องภาพน่านทัวร์ริ่งบันทึกการเดินทางจังหวัดน่านเว็บบอร์ดชาวน่านทัวริ่งคลิปวิดีโอเกี่ยวกับทีมงานน่านทัวริ่งหน้าสมาชิกน่านทัวริ่ง
 

เดินป่าภูแว

ภูแว จังหวัดน่าน

เรื่องโดย สมศักดิ์ ล่ำพงศ์พันธ์
จากหนังสือ แค้มปิ้งท่องเที่ยว ปีที่ 21 ฉบับที่ 242 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2547

1. ภูแว เมืองน่าน

จังหวัดน่าน เป็นจังหวัดหนึ่งของภาคเหนือ ที่อยู่ในโซนตะวันออกที่เรียกกันว่า ล้านนาตะวันออก เป็นจังหวัดที่มั่งคั่งด้วยศิลปวัฒนธรรม และธรรมชาติ ป่าเขาที่สวยงาม มีดอยภูคาที่ขึ้นชื่อเป็น แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อันประกอบด้วยทิวทัศน์ ป่า เขา น้ำตก หมู่ดอกไม้ป่าและยังขึ้นชื่อในเรื่องดอกไม้ป่าที่หายากในเมืองไทยซึ่งพบที่ ดอยภูคาเพียงแห่งเดียว นั่นคือ ดอกชมพูภูคา

จากวันเวลาที่ผ่านมาเนิ่นนาน จนถึงช่วงเวลาของการพัฒนานำศักยภาพทางธรรมชาติมาเอื้อประโยชน์ และสร้างมูลค่าทางด้านการท่องเที่ยวและการพักผ่อน จึงทำให้ ดอยภูคาเมืองน่าน ได้เป็นที่รู้จักมาช้านาน ด้วยการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ในพื้นที่ของเทือกดอยภูคา ยังมีขุนดอยที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง คือ ดอยภูแว ที่มีระดับความสูง 1,837 ม. จากระดับน้ำทะเล เป็นเทือกเขาที่มีความงดงามมีลักษณะเป็นทุ่งหญ้า ป่าหิน มีพรรณไม้แปลกที่จัดว่าเป็นกึ่งอัลไพน์ที่ควรแก่การศึกษาอีกแห่งหนึ่ง

มีนักเดินทางหลายรุ่นที่ได้ผ่านขุนเขาแห่งนี้ เพื่อพิสูจน์ความงดงามเหนือขุนเขาสูงซึ่งมักจะมีมุมมองแบบการชื่นชมทิวทัศน์ความสวยงามที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล เนื่องจากสภาพภูมิทัศน์บนยอดดอยจะมีความสวยงาม ซึ่งเป็นเทือกเขาหินปูน มีป่าทุ่งหญ้า และมีสภาพอากาศที่หนาวเย็น จึงมักเป็นที่นิยมของนักเดินป่าเป็นอย่างยิ่ง

เนื่องจากสภาพดอยภูแว จะมีลักษณะเป็นทุ่งหญ้า ป่าหิน มีลักษณะคล้ายป่ากึ่งอัลไพน์จึงทำให้มีพืชพรรณไม้ที่แปลกไปจากที่อื่นๆ จากการสำรวจค้นคว้าก็มารค้นพบต้นชมพูภูคา ซึ่งเป็นพรรณไม้ที่มีชนิดเดียวในโลก ในประเทศไทยจะพบเพียงแห่งเดียวที่ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จ.น่าน เท่านั้น จะออกดอกประมาณเดือนมกราคมถึงต้นมีนาคม

นอกจากนี้ยังมีการค้นพบพรรณไม้ที่หายาก เช่น จำปีช้าง ไข่นกคุ้ม ค้อเชียงดาว โลดทะนงเหลือง ขาวละมุน เทียนดอย เสี้ยวเครือ มะลิหลวง สาลี่หนุ่ม เหลืองละมุน ประทัดน้อยภูคา กุหลาบแดง กุหลาบขาวเชียงดาว ส่วนพรรณไม้เฉพาะถิ่น คือ หมักอินทร์ คัดเค้าภูคา ประดับหินดาว หญ้าแพรกหิน นมตำเลีย รางจืดต้นภูคา ฯลฯ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้รับการสำรวจอย่างเป็นทางการแล้ว ดังนั้น เราจึงเล็งเห็นว่าผืนป่า ดอยภูคาแห่งนี้ยังคงความหลากหลายทางด้านพืชพรรณไม้มากมาย
2. บทเดินทางสู่ยอดดอย

บทเดินทางของนักบุกเบิกยอดภูแว ก็มีมาช้านานแล้ว ในยุคแรกของการเปิดเส้นทางเดินป่าของ ภูแวจะเป็นเรื่องราวที่ยุ่งยากและต้องเดินทางไกล จากตัว เมืองน่านไปยังอำเภอปัว แล้วต่อไปยังอำเภอบ่อเกลือ ยังไม่พอแค่นั้น ยังต้องเดินทางต่อไปยังบ้านด่าน ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นเดินขึ้นดอยที่สูงชัน ใช้เวลาเดินป่าเกือบเต็มวัน จึงจะถึง ยอดภูแว

จากวันเริ่มต้นจนถึงวันที่มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อเส้นทางเดินป่าจากเดิมที่เริ่มต้นจากบ้านด่านขึ้นดอยผ่านหมู่บ้านชาวลั๊วะ บ้านห้วยปู๊ด ได้เปลี่ยนเส้นทางมาขึ้นที่ บ้านปู่ดู่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านลั๊วะเช่นกัน แต่ระยะทางไกลกว่าเส้นเดิมมากพอควร อีกทั้งระบบการจัดการเรื่องต่างๆก็ดูเหมือนว่าจะดูลงตัวมากขึ้น โดยจะมีชาวบ้านจากบ้านปู่ดู่ มาบริการเรื่องลูกหาบแบกสัมภาระให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการขึ้นไปชมธรรมชาติบนยอดภูแว ก็จะเป็นการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวได้ระดับหนึ่ง หากเป็นนักเดินป่ามืออาชีพแล้วก็อาจเลือกใช้บริการแบกขนสัมภาระที่เป็นส่วนกลาง มากกว่าที่จะขนสัมภาระของตัวเอง

การเดินทางสู่ภูแว ซึ่งตั้งอยู่ใน อุทยานแห่งชาติดอยภูคา เราต้องใช้เจ้าหน้าที่ป่าไม้นำทางขึ้นไป และต้องพักค้างแรมแค้มปิ้งกัน 1 คืน รวมเวลาที่ใช้ก็ 2 วัน 1 คืน ก็เพียงพอกับการศึกษาธรรมชาติบนดอยสูงแห่งนี้ได้อย่างเต็มที่

เริ่มต้นที่ จังหวัดน่าน ก็เดินทางต่อไปยังอำเภอปัว แล้วขึ้นต่อไปยังอำเภอบ่อเกลือ ผ่านที่ทำการ อุทยานแห่งชาติดอยภูคาผ่านต้นชมพูภูคา แล้วไปยังอำเภอบ่อเกลือ จากนั้นก็แยกซ้ายไปยังบ้านด่าน ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะอออกไปยังห้วยโก๋น รวมเบ็ดเสร็จแล้วเป็นระยะทางที่ไกลพอสมควร

ก่อนถึงบ้านด่านเล็กน้อยเราจะพบกับหน่วยพิทักษ์อช.ภูคา 9 อยู่ทางด้านซ้ายมือ จากนี้เองจะเป็นจุดเริ่มของการเดินป่าสู่ ยอดภูแวที่มีความสูง 1,837 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นเส้นทางสู่ธรรมชาติบริสุทธิ์ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง และจะเป็นจุดของการแสวงหาธรรมชาติของพืชพรรณไม้ประจำถิ่นที่มีความแตกต่างไปจากผืนป่าแห่งอื่นๆ

การเตรียมตัวขึ้นยอดภูแวเราต้องมีการเตรียมอุปกรณ์แค้มปิ้งไปให้ครบถ้วน เต็นท์ ถุงนอน เครื่องกันหนาว เสบียงอาหาร และน้ำดื่ม เนื่องจากด้านบนยอดเขาจะไม่มีแหล่งน้ำอย่างใดเลย เสื้อผ้าแทบไม่ต้องเปลี่ยน เสื้อกันหนาวและถุงนอนมีความจำเป็นต้องใช้มาก ส่วนใครที่คิดว่าจะใช้เปลนอนควรยกเลิกความคิดเช่นนี้ไปเลย เนื่องจากบน ยอดภูแวเป็นที่โล่ง ไม่ค่อยมีต้นไม้ ลมแรง ยิ่งช่วงหน้าแล้งจะหนาวยิ่งนัก ควรใช้เต๊นท์จะดีกว่ามาก

3. ลมหนาวที่ปลายภูแว

เราเริ่มเดินเท้าจากหน่วยย่อยด้านล่างไปทางเส้นทางลำลองสู่บ้านปู่ดู่ที่เป็นหมู่บ้าน ชนเผ่าลั๊วะ สภาพเส้นทางก็ไม่ยากนักใช้เวลา 1.2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นความเร็วระดับมาตรฐาน ของคนเดินป่าไม่ต้องเร่งรีบ เมื่อถึงบ้านปู่ดู่แล้ว เจ้าหน้าที่จะติดต่อหาลูกหาบในหมู่บ้านช่วยแบกสัมภาระต่างๆที่วางอยู่ที่หน่วยฯ ระดับชาวบ้านที่เป็นมืออาชีพเดินป่าอยู่แล้ว วิ่งลงไปเอาสัมภาระข้างล่าง แล้วตามพวกเราขึ้นมาทันที และตามขึ้นไปทันพวกเราในระหว่างทางก่อนขึ้น ยอดภูแว

เส้นทางสู่ยอดภูแวจะเป็นเส้นทางชัน ยาวขึ้นตามแนวสันเขาที่เราที่เราต้องลัดเลาะเพื่อตัดความสูงชัน ผ่านแนวท้องทุ่งข้าวไร่ของชาวบ้านที่ปลูกเอาไว้เป็นอาหาร เป็นช่วงเวลาของการเก็บเกี่ยวที่เราได้พบเห็นชาวบ้านมาร่วมกันเก็บผลิตผลเพื่อสะสมเป็นอาหารที่ต้องใช้ตลอดวงรอบปี

เราผ่านเขาและไร่นาของชาวบ้านไปแล้ว มองเห็นยอดภูแวอย่างเด่นชัดเนื่องจากเป็นภูเขาหัวโล้น เราหวังว่าอีกไม่นานนักก็จะถึงเป้าหมายที่เราจะได้พบกับความสวยงามอย่างเต็มอิ่ม ย่างก้าวแต่ละก้าวก็มีความหมายจนมาถึงเชิงเขาที่มีแนวรั้วกั้นเอาไว้ เพื่อไม่ให้วัวของชาวบ้านเข้าไปหากินบริเวณยอดเขา หรือบริเวณที่ตั้งแคมป์ของนักท่องเที่ยว หากว่าปล่อยวัวเข้าไป เชื่อได้เลยว่าทั้งหญ้าและพืชพรรณไม้ต่างๆต้องหมดสิ้นแน่นอน

อีกไม่นานเราก็มาถึงลานตั้งแคมป์ที่อยู่เชิง ดอยภูแว ซึ่งเป็นทำเลที่ดีที่สุด ทว่าลมค่อนข้างแรงที่พัดเอาเต็นท์แทบจะปลิวไปเลย ส่วนใครที่คิดจะนอนเปล เห็นทีจะลำบาก

ยามเย็นเราก็ได้ขึ้นไปชมยอดดอยภูแวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้รอบด้าน ทางด้านตะวันออกจะเป็นแนวเทือกเขาหัวโล้นที่มีร่องรอยการทำไร่ ราวกับว่าใครมาปะผุบนผืนดอย จะเป็นเทือกเดียวกับภูเข้ที่เราเคยไปเดินป่ามาหนหนึ่งแล้ว ซึ่งป่าทางด้านนั้นก็ยังสมบูรณ์อยู่เช่นกัน มีแนวเขตรอยต่อกับเขตประเทศลาว

ทางด้านเหนือจะเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ส่วนทางด้านใต้จะเป็นสันดอยหินปูนที่ปกคลุมด้วยทุ่งหญ้า มีลักษณะเป็นป่าหินที่คล้ายกับดอยหลวงเชียงดาวที่เชียงใหม่ แนวป่าหินที่บนสันภูแวจะมีลักษณะเป็นสันคมมีดที่ตั้งเด่นขึ้นมา มองไปทางซ้ายก็เหว มองไปทางด้านขวาก็เป็นผาลึก

ธรรมชาติกำลังแปรเปลี่ยนสี เป็นจังหวะเดียวกับที่กลลุ่มเมฆได้ล่องลอยมาปกปิดเหนือยอดเขาจึงทำให้ภาพความสวยงามของเราต้องเปลี่ยนไป ในขณะเดียวกันความมืดได้แผ่เข้าปกคลุมเหนือยอดเขา พร้อมกับสายลมหนาวที่หนาวสะท้านทีเดียว

สันดอยหินปูนที่อยู่ทางตอนใต้จะเป็นเทือกภูแวน้อย ในช่วงยามเช้าที่เราขึ้นมาชมทะเลหมอก จะเห็นเป็นสายหมอกไหล มาอิงแอบยอดดอยอย่างมีศิลปะ หากเป็นช่วงหน้าหนาวจัดๆ อากาศดีๆ ก็มีโอกาสได้เห็นทุ่งหญ้าสีทองที่อลังการตาทีเดียว

ในบริเวณป่าหินเรายังพบกับพืชพรรณไม้แปลกๆ เป็นจำพวกกุหลาบหินที่ผลิบานอยู่ตามซอกหินปูน บางแห่งเราได้พบกุหลาบป่าที่มีลักษณะคล้ายกุหลาบบ้านมากทีเดียว ตามแนวป่าหินก็จะพบกับหมู่ดอกไม้หลากชนิดที่ผลิบานให้ชมกันได้ในช่วงนี้

บนความหนาวเหน็บเหนือยอดภูแวที่ระดับความสูง 1,837 เมตร จากระดับน้ำทะเล ที่เราจะได้สัมผัสด้วยตนเอง ซึ่งจะได้พบกับภาพทิวทัศน์พระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก รวมถึงการศึกษาพืชพรรณไม้ที่มีลักษณะของป่ากึ่งอัลไพน์ด้วย นอกจากนี้เรายังเชื่อว่าความหลากหลายของพันธุ์ไม้ที่ยอดภูแวยังมีอีกมากที่เราไม่สามารถสำรวจได้ครบถ้วน
ยอดภูแว
แค้มป์พักบนหุบเขา
เทือกดอยภูแวใหญ่
 
 

 
ความเห็นที่:
4

อยากไปจังไม่มีโอกาสซักที

รู้สึกดีนะที่บ้านเราสวย

มีธรรมชาติที่งดงาม

เมืองน่านน่าอยู่คะ

ออกความเห็นโดย: น้ำน่าน [ 000 ] หมายเลข IP: 210.246.146.129
เวลา: 24 เม.ย. 2551 10.33 น.
 
 

 
ความเห็นที่:
5

รักเมืองน่านมากกกกกกกกกกกก

รักคนน่านด้วย 

เป็นห่วงรักษาสุขภาพด้วย...................

ฮาฮา......

ออกความเห็นโดย: น้องหญิง..สาวสกล. [ sue_tom2008@hotmaill.com ] หมายเลข IP: 210.246.178.51
เวลา: 15 พ.ค. 2551 13.21 น.
 
 

 
ความเห็นที่:
6

ผมเป็นคนเมืองน่าน ครับ..ดีใจที่น่าน เป็นที่ชื่นชอบของคนส่วนใหญ่ที่พูดถึง..ตัวผมเองยังไม่เคยมีโอกาสได้ไปสัมผัสเลย..ทำแต่งาน..ส่วนมากจะขับรถไปเที่ยวสังขละ..ทองผาภูมิ..อยากกลับบ้านครับ....นครน่านเมืองงาม

ออกความเห็นโดย: เขน [ p.khen@hotmail.com ] หมายเลข IP: 124.120.165.121
เวลา: 29 พ.ค. 2551 12.04 น.
 
 

 
ความเห็นที่:
7
  คุณเขน ทำงานอยู่แถวสังขละ ทองผาภูมิเหรอป่าวครับ  พอดีเดือนหน้าจะไปแถวนั้นอ่ะ  เผื่อได้เจอคนน่านที่นั่น
ออกความเห็นโดย: กานต์ [ nantouring@hotmail.com ] หมายเลข IP: 61.7.170.103
เวลา: 14 มิ.ย. 2551 17.44 น.
 
 

 
ความเห็นที่:
8

ไปภูแว แต่ก็ไม่ยักกะได้ขึ้นภูแว

ออกความเห็นโดย: vickie หมายเลข IP: 202.60.199.116
เวลา: 19 ส.ค. 2551 19.46 น.
 
 

 
ความเห็นที่:
9
สนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองไทยโดยเฉพาะจังหวัดน่านซึ่ง มีทั้งวัฒนธรรม และธรรมชาติที่ยังไม่ได้ถูกปรุงแต่งโดยมนุษย์ ไปเที่ยวแล้วคุณจะหลงไหลเมืองน่านที่อบอุ่น น่ารัก และยังมีความอายเนื่องจากไม่ค่อยได้พบผู้คนที่ไปท่องเที่ยวมากนัก ไปแล้วคุณจะอบอุ่นหัวใจ มีพลังที่จะเอากลับมาคิดงานต่อแน่นอนค่ะ
ออกความเห็นโดย: ดาริน หมายเลข IP: 124.157.215.92
เวลา: 24 ก.ย. 2552 20.19 น.
 
 

 
ความเห็นที่:
10

ชอบเมืองน่านมากมาย

อยากไปเที่ยวจัง

คงจาสนุกมากๆๆ

รักคนน่านคะ

ออกความเห็นโดย: เค้ก [ cakeza3211hotmail.com ] หมายเลข IP: 61.7.230.253
เวลา: 27 ม.ค. 2553 13.08 น.
 
 

 
ความเห็นที่:
11

เมืองน่านสวยมาก

มาเที่ยวแล้วสนุกมากๆ

เจ๋งโครตๆ

ออกความเห็นโดย: kook-ku [ kook-ku@msn.com ] หมายเลข IP: 118.172.125.130
เวลา: 5 ก.พ. 2553 09.48 น.
 
 

 
ความเห็นที่:
12
เมืองน่านน่าอยู่มากๆ

ร่มรื่น  ดอยก็สวย

ป่าไม้ก็สมบูรณ์
ออกความเห็นโดย: เด็กน่าน [ www.hyumhyim@hotmail.com ] หมายเลข IP: 113.53.140.28
เวลา: 7 ก.พ. 2553 19.28 น.
 
 

 
ความเห็นที่:
13
เมืองน่านน่าอยู่มากๆๆๆๆๆๆ
ออกความเห็นโดย: ตัวเองจ๊ะ หมายเลข IP: 118.172.126.29
เวลา: 8 เม.ย. 2553 08.35 น.
 
 

 
ความเห็นที่:
14
เมืองน่านน่าเที่ยวที่สุดนัยโลกเรยคับ
บรรยา กาศก่อดีด้วยนะ

จากเด็กเมืองน่านบ้านเอา
ออกความเห็นโดย: ต๋องนาน้อย [ kurukchonku@hotmail.com ] หมายเลข IP: 118.173.224.19
เวลา: 18 มิ.ย. 2553 08.55 น.
 
 

 
ความเห็นที่:
15

เห็นแล้วอยากกลับบ้าน

คิดถึง เมืองน่านมากๆ

ออกความเห็นโดย: boombim [ boom_anusara@hotmail..com ] หมายเลข IP: 118.172.97.22
เวลา: 30 มิ.ย. 2553 19.20 น.
 
 


 
ชื่อผู้ลงความเห็น
*
อีเมล์แอดเดรส
*ลากไปวางในกรอบ
  จัดรูปชิดซ้าย จัดรูปกึ่งกลาง จัดรูปชิดขวา
 
  ขนาดรูปภาพไม่เกิน 100 kb สัดส่วนพอเหมาะคือ 640 x 480, 1024 x 748
นามสกุลเป็น jpg, jpeg, gif, png
 
รหัสยืนยัน
*
 
 
 
 
© Copyright 2009-2010 All Rights Reserved By Nantouring.com.
Web Master: saratkhattiya@hotmail.com

บริษัท น่านทัวร์ริ่ง จำกัด

11/12 ถ.สุริยะพงษ์ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน 55000
Tel. 08-1961-7711, 0-5475-1122 Fax. 0-5475-1199
Email : nantouring@hotmail.com
TAT Licence No. 22-0210