หน้าแรกน่านทัวร์ริ่งหน้าแรกเว็บไซต์น่านทัวริงเกี่ยวกับจังหวัดน่านโปรแกรมทัวร์จังหวัดน่านทริปที่ผ่านมาห้องภาพน่านทัวร์ริ่งบันทึกการเดินทางจังหวัดน่านเว็บบอร์ดชาวน่านทัวริ่งคลิปวิดีโอเกี่ยวกับทีมงานน่านทัวริ่งหน้าสมาชิกน่านทัวริ่ง
ขับรถเที่ยวรอบเมืองน่าน
ขับรถเที่ยวรอบเมืองน่าน
การท่องเที่ยวแบบตระเวนขับรถไปบนเส้นทางสายใดสายหนึ่ง นับว่าเป็นที่นิยมในหมู่ชนผู้ชื่นชอบการขับรถเที่ยว ถนนที่ตัดผ่านภูเขาลูกแล้วลูกเล่าค่อยๆไต่ระดับไปตามความลาดชันคดโค้งไปมาสลับซ้ายทีขวาที ขอบทางด้านหนึ่งเป็นผนังผาเผยเนือหินสีแดงซึ่งเกิดจากการตัดทางให้เห็นและอีกด้านเป็นเหวลึกบางช่วงของเส้นทางหากชะโงกหน้าลงไปก็จะเห็นถนนสีเทาเป็นเส้นเล็กๆเลือยไปมาท่ามกลางผืนป่าเขียวขจี เส้นทางขับรถเที่ยวแบบนี้ อาจเป็นวงรอบหรือเป็นเส้นทางไป-กลับทางเดิม และเมื่อนึกถึงเส้นทางเหล่านี้เราก็มักจะนึกถึงเส้นทางภูเขาในแถบภาคเหนือ หลายคนชื่นชอบความคดโค้งยากลำบากของเส้นทางที่พาล ให้คนไม่คุ้นเมารถเอาง่ายๆ และมีไม่น้อยไปเพื่อเก็บเกี่ยวสถิติการผ่านเส้นทางที่ได้ชื่อว่ายากของเมืองไทย ด้วยความกว้างใหญ่ของพื้นที่ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายนี่เอง การจะเดินทางท่องเที่ยวให้ทั่วถึงคงต้องใช้เวลาไม่น้อยทีเดียวและต้องกำหนดวางแผนการวางเปัาหมายว่าตรงการเที่ยวรูปแบบปหนหรือ สถานที่ใดก่อนหลัง และยังต้องคานึงถึงฤดูกาลเป็นสำคัญด้วย โดยหลัก ๆ แบ่งน่านออกเป็น ๒ ส่วนกวาง ๆ ไม่นับ รวมสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองน่าน แต่ใช้ตัวเมืองน่านเป็นจุดกลางในการเชื่อมโยงไปยังส่วนต่างๆ ส่วนแรกคือ “น่านตอนใต้” มายังอำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอนาหมื่น เส้นทางนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติคือ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ดินแดนแห่งลุ่มน้ำน่าน มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญได้แก่ทะเลหมอกดอยเสมอดาว เสาดินนาน้อย แก่งหลวง หรือจะเลยไปยังปากนายในเขตของอำเภอนาหมื่น ชมท้องน้ำกวางของทะเลสาบเขื่อนสิริกิติ์ และชิมอาหารจำพวกปลาที่มีแพร้านอาหารไว้บริการนอกจากนี้ในส่วนของอำเภอเวียงสา มีวัดน่าสนใจแห่งหนึ่งคือ วัดบุญยืน วัดเก่าแก่มีอายุนับรอยปี และส่วนที่สอง “วงรอบน่านตอนเหนือ” โดยในส่วนนี้พื้นที่กว้างกว่าและมีแหล่งท่องเที่ยวมากกว่าส่วนแรก

หากดูตามแผนที่จังหวัดจะพบว่าตอนเหนือของน่านมีถนนเชื่อมต่อกันหลายสายจากอำเภอสู่อำเภอ และสภาพเส้นทางส่วนใหญ่เป็นทางคด โค้งสูงชันทีเดียว การขับขี่รถยนต์ควรจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ และกำหนดวางแผนการเดินทางให้ดี เริ่มต้นอาจยึดถือเอาทางหลวงหมายเลข ๑๐๘๐ เป็นหลัก กล่าวคือจากตัวเมืองน่านสู่อำเภอท่าวังผา เส้น ทางช่วงนี้ยังเป็นเส้นทางไม่ลาดชันนักขับรถสบาย ผ่านทุ่งนาและสวนผักในที่ราบยาวไกลจนจรดเทือกดอยที่ห้อมล้อมอยู่เบื้องหลัง จากอำเภอท่าวังผาสามารถใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๑๑๔๘ ประมาณ ๑.๕ กิโลเมตรแล้วแยกไปทางหลวงหมายเลข ๑๐๘๒ ประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ก็จะถึงอุทยานแห่งชาตินันทบุรี ที่อุทยานฯ แห่งนีมีจุดท่องเที่ยวน่าสนใจหลายแห่งด้วยกัน ถ้าใช้เส้นทางนี้อาจใช้เสนทาง ๑๐๘๐ ตรงไปทางอำเภอปัว มีทางเลือกสองเส้นทางคือ หากตรงไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข ๑๐๘๐ จะไปยังอำเภอเชียงกลาง อำเภอทุ่งช้าง และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๑๐๘๑ วกกลับลงมายังอำเภอบ่อเกลือตลอดเส้นทางในแต่ละเขตอำเภอพบสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งด้วยกัน อาทิ วัดหนองแดง วัดเก่าแก่ของชาวไทยลืออนุสาวรีย์วีรกรรมทุ่งช้าง ด่านชายแดนห้วยโก๋น-น้ำเงิน เป็นต้น

อีกเส้นทางคือ จากอำเภอปัว แยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๑๒ ขึ้นดอยสูงชันของเทือกดอยภูคาเพื่อมายังอุทยานแห่งชาติดอยภูคาอุทยานชื่อดังของจังหวัดน่าน ที่นี่มีพันธุ์ไม้หายากของโลก “ชมพูภูคา" พร้อมกันนี้บนพื้นที่แห่งนี้ยังสามารถสัมผัสธรรมชาติป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งความหนาวเย็นตลอดทั้งปี จากดอยภูคาสามารถบรรจบกับเส้นทางแรกที่อำเภอบ่อเกลือชุมชนผลิตเกลือภูเขาแห่งเดียวในโลก ถ้าไม่วกขึ้นไปทางอำเภอเฉลิมพระเกียรติก็สามารถลงมาทางอำเภอสันติสุข อำเภอแม่จริม เข้าสัมผัสธรรมชาติผืนป่าของอุทยานแห่งชาติแม่จริม และสายน้ำวาอันเลืองชื่อ จากเส้นทางที่กล่าวมาแต่ละเส้นทางเราสามารถออกแบบโปรแกรมเดินทางเที่ยวเองได้จะใช้เวลาสั้นยาวมากน้อยแค่ไหนก็สามารถเลือกได้ตามใจชอบ
ท่องเที่ยวเดินป่า - ปีนเขา
ท่องเที่ยวเดินป่า - ปีนเขา
การท่องเที่ยวเดินป่ามีมานานแล้วและได้รับความนิยมมากอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนมากจะอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติรวมทั้งในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตวป่า เป็นต้น นับเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สามารถปลูกจิตสำนึกได้ในทางหนึ่ง ในจังหวัดน่านนับมีเส้นทางท่องเที่ยวเดินป่าทั้งที่อยู่ในรูปแบบเส้นทางศึกษาธรรมชาติแบบระยะสั้นและระยะไกลซึ่งมีให้เลือกมากมายเลยทีเดียว โดยเสนอทางศึกษาธรรมชาติในระยะสั้นจัดอยู่ใกล้ๆกับตัวที่ทำการอุทยานฯ เช่น อุทยานฯ ดอยภูคา อุทยานฯศรีน่าน และอุทยานฯแม่จริม ฯลฯ ในเส้นทางเดินจะไม่ลำบากยากจนเกินไป บางสถานที่อาจมีนักสื่อ ความหมายเป็นผู้นำทางให้คำแนะนำและบรรยายเกี่ยวกับธรรมชาติตามเส้นทาง บางเส้นทางอาจให้นักท่องเที่ยวเดินด้วยตัวเองโดยจะมีปัายสื่อความหมายตามจุดต่างๆ ที่น่าสนใจของเส้นทางนั้นไว้ตลอดระยะทางขณะที่เส้นทางศึกษาธรรมชาติ

ขณะที่เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกลนั้นมุ่งเน้นสนองความ ต้องการของผู้ที่สนใจจะศึกษาธรรมชาติท่องเที่ยวเดินป่าอย่างจริงจังเส้นทางประเภทนี้จะไม่มีความสะดวกสบายและการสื่อความ หมายมากนัก เป็นรูปแบบการใช้ชีวิตค้างแรมกินนอนในป่า โดยมีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่คอยนำทางดูแลความปลอดภัย และบางสถานที่มีผู้ประกอบการท่องเที่ยวและชาวบ้านท้องถิ่นเข้ามาจัดนำเที่ยว สถานที่เดินป่าในระยะไกลในพื้นที่ของจังหวัดน่านที่มีชื่อเสียงได้รับความนิยมมีหลายเส้นทางด้วยกัน เช่น “เส้นทางดอยภูแว” ของอุทยานฯดอยภูคาเสน่ห์แห่งขุนเขาสันดอยทุ่งหญ้า มีลานหินและหน้าผาสูงชัน เช่น ผาแอ่น ผาผึ้ง นอกจากนีดอยภูแวยังเป็นจุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง โดยการท่องเที่ยวดอยภูแวจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ ๒ วัน ๑ คืน “เส้นทางพิชิตยอดดอยภูคาที่ความสูง ๑,๙๘๐ เมตร” เสนอทางแห่งความท้าทายนักเดินป่าปีนดอยโดยแท้ ใช้เวลา เดินเทาประมาณ ๓ วัน ๒ คืน นอกจากนี้ยังมีเส้นทางที่กำลังได้รับ ความนิยมในปัจจุบันคือ “เส้นทางพิชิตภูเข้” ที่ระดับความสูง ๒,๐๗๙ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นยอดดอยที่สูงสุดของจังหวัดและสูงที่สุดของเทือกเขาหลวงพระบาง ดอยแห่งนี้ยังเป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศไทย-ลาว คนมาเยือนจึงได้ยินอยู่บนยอดดอยสองประเทศสร้างความรู้สึกประทับใจไปอีกแบบ แต่การจะถึงที่หมายนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายทีเดียว โดยเฉพาะการที่จะต้องเดินป่าระยะไกล และต้องเผชิญกับความสูงชันของเส้นทาง หากมันก็ไม่เกินความสามารถของผู้หลงใหลรักในการเดินป่าไปได้
ล่องแก่งน้ำว้า แก่งดังระดับประเทศ
ล่องแก่งน้ำว้า แก่งดังระดับประเทศ
กิจกรรมท่องเที่ยวในรูปแบบของการล่องแก่งนับเป็นวิถีแห่งสายน้ำที่นอกเหนือจากการได้สนุกสนานกับการผจญภัยเหนือแก่งน้ำแล้ว ยังได้พบกับภูมิประเทศอันงดงามของธารน้ำป้าเขา สัมผัสสภาพธรรมชาติที่น่าสนใจตั้งแต่พืชพรรณ นก แมลง ผีเสื้อและปลา สิ่งเหลานี้คือคุณค่าที่ไม่ควรมองข้าม ในจังหวัดนานนับว่ามีกิจกรรมล่องแก่งที่ได้รับความนิยม และมีชื่อเสียงระดับประเทศ นั่นคือล่องแก่งลำน้ำว้าโดยรูปแบบการลอง แก่งจะแบ่งออกเป็น น้ำว้าตอนบน ตอนกลาง และตอนลาง รวมระยะทางกวา ๑๒๐ กิโลเมตรเลยทีเดียว สายน้ำจะพาไหลลัดเลาะผ่านขอบโค้งแก่งหิน ความลาดชันของภูเขาและผืนป่า มีความยากง่ายแตกต่างกันไปในแต่ละช่วง โดยตอนบนและตอนกลางนับว่าโหดที่สุด ลำน้ำว้านี้เกิดจากการปิดกั้นแนวเหนือใต้ของทิวเขาผีปันน้ำตะวันออกและทิวเขาหลวงพระบาง แล้วไหลลงมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จนบรรจบกับแม่น้ำน่านที่อำเภอเวียงสา ตลอดความยาวของสายน้ำซึ่งจะผ่านพื้นที่อุทยานฯขุนน่าน อุทยานฯดอยภูคา อุทยานฯแม่จริม และผ่าน๓ อำเภอคือ อำเภอบ่อเกลือ อำเภอสันติสุข และอำเภอแม่จริม ซึ่งที่อุทยานฯแม่จริมนี้เองที่ทำให้การล่องแก่งลำน้ำว้าเป็นที่รู้จักในระยะแรก

เริ่มแรกการผจญภัยเหนือสายน้ำว้าทั้งหมดจะใช้วิธีผูกไม้ไผ่ แล้ว ใช้คนต่อไปตามแก่งและกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก ต่อมาในยคุหลังๆ เมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้าไปมากขึ้นและปริมาณการตัดไม้ไผ่มาทำแพก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว ทำให้ผู้ประกอบการในพื้นที่นำเอาแพยางหรือเรือยางมาล่องแทน เพื่อช่วยประหยัดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นการลดต้นทุนในการตัดไม้ไผ่มาต่อแพ... ในที่สุดรูปแบบการเที่ยวแก่งด้วยแพไม้ไผ่จึงเปลี่ยนเป็นการล่องด้วยเรือยางกันเป็นส่วนใหญ่

สมัยนั้นการล่องแก่งน้ำว้าจะจำกัดอยู่ช่วงลำน้ำว้าตอนล่าง โดยส่วนใหญ่จะเริ่มต้นลงเรือกันที่บ้านน้ำปุ๊ ตำบลพาง อำเภอแม่จริม ล่องผ่านแก่งกว่า ๒๐ แก่ง และไปสิ้นสุดที่บ้านหาดไร่ ตำบลส้านนาหนองใหม่ อำเภอเวียงสา รวมระยะทางประมาณ ๑๘ กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ ๔ ชั่วโมง ต่อมาทางผู้ประกอบการท่องเที่ยวล่องแก่งน้ำว้าได้มีการสำรวจเส้นทางเหนือขึ้นไปอีก และพบว่ามีแก่งน้ำเป้นจำนวนมาก มีแก่งยากๆ โหดๆ อยู่มากทีเดียวทั้งในส่วนน้ำว้าตอนบนและตอนกลาง กลายเป็นเส้นทางกระชากใจสำหรับผู้ที่ชอบความท้าท้ายเป็นที่สุด

แก่งน้ำว้าตอนบนจะเริ่มต้นที่บ้านสปัน อำเภอบ่อเกลือ ไปสิ้นสุดที่บ้านวบมางระยะทางทั้งหมดประมาณ ๔๐ กิโลเมตร และจากบ้านสบมางไปจนถึงบ้านวังลูน อำเภอแม่จริม จะเป็นน้ำว้าตอนกลาง ประมาณ๘๐ กิโลเมตร แก่งโหด ๆ เลื่องชื่อไม่ว่าจะเป็น แก่งเสือ เต้น แก่งไฮจ้ำ แก่งห้วยเดื่อ แกงผีป่า แก่งโค้ก แก่งผาขื้นก แกงผารถเมล์ ฯลฯ ใช้เวลาล่อง ประมาณ ๓-๔ วันหรือ ๒ คืน ๓ วัน (สาหรับตอนกลาง) สัมผัสการค้างแรมกลางป่าท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติโดยจุดพักแรมนั้นทางผู้ประกอบการทัวร์ล่องแก่งจะจัดเตรียมไว้ น้าว้า ตอนบนและตอนกลางจะมีความยากในระดับ ๓-๕ เลยทีเดียว แต่ก็มีบางแก่งที่มีความยากถึงระดับ ๖ ซึ่งไม่สามารถ ลงข้ามผ่านได้... "เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนถึงฤดูหนาวทีไร เรื่องราวการผจญภัยเหนือลำน้ำว้าเกิดขึ้นอีกคร๊ัง เป็นอีกเส้นทางหนึ่งสำหรับผู้ชื่นชอบ ความท้าทายไม่ควรพลาดอยางเด็ดขาด"
เที่ยววัด ในตัวเมืองน่าน...เมืองเก่าที่มีชีวิต
แม้ว่าสังคมโลกเปลี่ยนไปตามยุคสมัยโลกาภิวัฒน์แต่จังหวัดน่านยังคงดำรงซึ่งเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สืบทอดเป็นมรดกของแผ่นดินจวบจนปัจจุบัน แลด้วยคณะรัฐมนตรีได้พิจารณามติคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกลินทร์และเมืองเก่าประกาศให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๔๘ ประกอบด้วยพื้นที่ ๒ ส่วนคือในเมืองน่าน (ใจเมือง) เนื้อที่ ๐.๑๘ ตารางกิโลเมตร และพื้นที่เวียงพระธาตุ-แช่แห้ง เนื้อที่รวม ๐.๑๓ ตารางกิโลเมตร เพื่อให้บริเวณดังกล่าวได้รับคุ้มครองดูแลอย่างถูกต้องเหมาะสม และดำรงคุณค่าความเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมสำคัญยิ่งของประเทศไว้ได้ตลอดไป พื้นที่อนุรักษ์ทั้งสองส่วน ได้ปรากฏโบราณสถานทางพุทธศาสนาที่สำคัญมากมาย ตลอดจน คุ้ม (บ้านผู้สูงศักดิ์) เฮือน (บ้านสา มัญชน) และวิถีชีวิตที่ยังคงพบเห็นได้ทั่วไป การมาเยือนเมืองน่านเมืองสงบงามแห่งนี้จึงได้สัมผัสเรื่องราวเมืองเก่าแทรกตัวอยู่ในความเจริญของสังคมใหม่ ที่คงดำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์เสมือนเมืองเก่าที่มีชีวิต และมันไม่ยากหากใครจะเดินทางเข้ามาสัมผัสด้วยตนเอง โดยจะเดินย้ำเท้าก็ทำได้เพราะสถานที่แต่ละแห่งไม่ห่างไกลกันมาก หรือจะเลือกเช่าจักรยานถีบปั่นก็สะดวกดีทีเดียว วัดวาโบราณสถานสำคัญตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน รวมทั้งบ้านเรือนเก่าแก่กระจ่ยอยู่ทั่วมุมถนน โดยเริ่มในส่วนของพื้นที่ใจเมือง(เนื้อที่ ๐.๑๘ ตารางกิโลเมตร) โบราณสถานสำคัญของใจเมืองมีดังนี้ โดยเริ่มต้นกันที่ถนนสุริยพงษ์ใจกลางเมือง "วัดมิ่งเมือง" ต่อมาบนถนนเดียวกัน คือ วัดภูมินทร์ ชื่อนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเพราะเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองน่านสร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๑๓๙ สมัยเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ วัดภูมินทร์เป็นวัดใหญ่อยู่กลางเมืองน่าน ตัวอาคารสร้างเป็นทรงจัตุรมุข จากวัดภูมินทร์ก่อนข้ามฝั่งถนนสุริยะพงษ์เดินผ่านลานกว้างๆ บริเวณนี้เรียกว่า "ข่วงเมือง" ลานโล่งขนาดใหญ่ใจกลางเมืองในอดีตกาลถึงปัจจุบันใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธี รัฐพิธี และงานประเพณีต่างๆ ตลอดจนเป็นที่นัดหมายและที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง จากนั้นก็ข้ามมาเจอ “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดน่าน” แหล่งรวบรวมจัดแสดงเรื่องราวต่าง ๆของเมืองน่านไว้อย่างสมบูรณ์ใกลๆ บริเวณต้นไม้ใหญ่ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์จะมีวิหารหลังเล็กเหมือนของจำลองตั้งอยู่เรียกว่า “วัดน้อย” มีประวัติบันทึกไว้ว่าเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงตรวจราชการเมืองน่าน มีรับสั่งถามถึงจำนวนวัดในเมืองน่าน พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน กราบบังคมทูลจำนวนเกินไป ๑ วัด จึงโปรดให้สร้างวัดน้อยขึ้นหน้าหอคำเพื่อให้ครบตามจำนวน วัดน้อยแห่งนี้จึงมีสถิติกลายเป็นวัดที่เล็กที่สุดในประเทศ
ออกจากวัดน้อยข้ามฝั่งมายังถนนผากอง เป็นที่ตั้งของ “วัดช้างค้ำ" ซึ่งมีพระธาตุสีเหลืองทองอร่ามโดดเด่นที่สุดใกลๆกันมี “คุ้มเจาราชบุตร" เป็น คุ้มเจ้าเก่าแก่ที่ยังคงความสมบูรณ์แบบ สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๐๙ และยังเป็นที่จัดแสดงเครื่องยศ ภาพถ่ายโบราณ ของเก่าโบราณที่หาชมได้ยาก ตรงข้ามหรือเยื้องๆกัน มีวัดสำคัญอีกแห่ง คือ “วัดหัวข่วง” จุดเด่นอยู่ที่วิหารและเจดีย์ เป็นศิลปะแบบท้องถิ่นล้านนา สกุลช่างเมืองน่าน จากนั้นตามถนนมหาพรหมมี “วัดไผ่เหลือง” และ “คุ้มเจ้าเทพมาลา” ให้แวะผ่านเข้าไปชม และเมื่อเลยไปตัดกับถนนรอบเมือง ทิศตะวันตกบรรจบกับถนนอนันตวรฤทธิเดช จะพบแนว “กำแพงเมืองเก่า" ที่เคียงคู่กับเมืองนี้มายาวนาน และเลยกำแพงเมืองไปจนมาตัดกับถนนมหายศ จะพบ “วัดสวนตาล” มีเจดีย์เก่าแก่สร้างโดยนางปทุมมาราชเทวีมเหสีองค์ที่ ๒ ของเจ้าปู่เข็งผู้ครองนครน่านตั้งแต่ พ.ศ. ๑๙๕๐ - ๑๙๖๐ ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์สำคัญคือพระเจ้าทองทิพย์ที่ชาวน่านให้ความเคารพนับถือเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง วนเวียนอยู่ใจเมืองบ่ายหนาออกไปทางทิศตะวันออกตามถนนมหาวงศ์ข้ามแม่น้้ำน่านที่สะพานพัฒนาภาคเหนือ มองเห็นแม่น้้ำน่านในมุมสูงและความต่างของสองฝั่งแม่น้ำ ฟากหนึ่งอาคารบ้านเรือนของตัวเมืองอีกฟากแม้จะมีบ้านเรือนชุมชนเช่นเดียวกัน แต่ดูน้อยกว่า หากพบผืนไร่นาเป็นบริเวณกวาง เส้นทางนี้กำลังนำพาเขาสู่อดีตที่ตั้งเมืองเก่าน่านนั่น คือเวียงภูเพียงแช่แห้งหรือในเขตพื้นที่อนุรักษ์เมืองเก่าส่วนที่สองนั่นเอง ปัจจุบันพื้นที่เมืองเก่าแห่งนี้ปรากฏโบราณสถานสำคัญ คือ “พระบรมธาตุแช่แห้ง” สถานที่เคารพบูชา เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของคนน่านและทั่วไป... มาเมืองนานแค่เที่ยววัดวา ชมบ้านชมเมือง ก็ดูจะคุ้มค่าและจัดเป็นโปรแกรมหรือกิจกรรมหนึ่งของจังหวัดแห่งนี้ที่ไม่ควรพลาดเลย ทีเดียว

เที่ยวประเทศเพื่อนบ้าน ประตูสู่ เมืองมรดกโลกหลวงพระบาง
จะมาเมืองน่านก็ต้องตั้งใจ ถ้าไม่มีกิจธุระใด มาท่องเที่ยวโดยเฉพาะแล้วละก็เมืองแห่งนี้ดูจะไกลเกินกว่าที่ใครจะเดินทางเขา เพราะจังหวัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเส้นทางผ่านเชื่อมไปจังหวัดอื่นใดหรือง่ายกว่าในการใช้เส้นทางที่ไม่ต้องผ่านเส้นทางอันคดโคงของขุนเขานับไม่ถ้วน และเช่นเดียวกันการจะผ่านแดนเข้าไปท่องเที่ยวยังประเทศลาว เพื่อไปยังเมืองมรดกโลกหลวงพระบางก็ดูจะยากลำบากซึ่งที่ว่าลำบากนั้นคงไม่ใช่เรื่องของถนนหนทาง หากเป็นเรื่องการผ่านแดนนั้นยากกว่า แม้ว่าด่านห้วยโก๋น-ด่านน้ำเงิน จะเป็นด่านสากลก็ตาม แต่มันดูจะเป็นเรื่องยากลำบากมากทีเดียวที่จะผ่านด่านเขาไป ที่กล่าวมานั่นคืออดีตหากทุกวันนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นต้นมา ด่านแห่งนี้ได้เปิดขึ้นให้ผู้คนจากทั่วสารทิศเดินทางผ่านเข้ามา โดยเฉพาะการข้ามไปเยือนดินแดนมรดกโลกหลวงพระบาง และรวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวในเขตแขวงไชยะบุรี ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลายแห่งด้วยกัน เช่น เมืองเงินและเมืองหงสา ที่ยังคงความเป็นวิถีการดำเนินชีวิตแบบเรียบง่าย มีวัดวาเก่าแก่ให้เยี่ยมชม นอกจากนี้ในทุกปีของแขวงไชยะบุรีจะมีงานบุญูช้าง ซึ่งมีช้างมาชุมนุมหลายร้อยตัวด้วยกัน และนอกจากมีพิธีการทำบุญูช้างแล้วยังมีการเล่นเกี่ยวกับช้างให้ชม ท่ามกลางบรรยากาศแบบบ้านๆ ที่เป็นไปอย่างเรียบง่าย

สำหรับการเดินทางสู่หลวงพระบางนั้น เมื่อเทียบกับเส้นทางอื่นหรือด่านสากลด้วยกัน ด้านแห่งนี้จะมีระยะทางไปหลวงพระบางใกล้ที่สุดประมาณ ๒๐๐ กิโลเมตรแบ่งเป็นทางรถยนต์และทางเรือ โดยทางเรือจะไปลงเรือท่าช่วง ซึ่งเลยจากเมืองหงสาไปประมาณ๒๕ กโลเมตร จากนั้นล่องไปตามลำน้ำโขง ชมทิวทัศน์ตระการตาลองฝั่งประมาณ ๔ ชั่วโมงก็เป็นอันถึงหลวงพระบาง และในอีกไม่ช้า เมื่อเส้นทางจากเมืองเงินไปยังท่าปากแบ่งเสร็จสิ้นโดยเป็นถนนราดยางตลอดสายจนถึงท่าปากแบ่ง จะทำให้การเดินทางสะดวกรวดเร็วขึ้นอีก ร่นระยะทางรถยนต์เหลือแค่ประมาณ ๔๕ กิโลเมตร และนั่งเรือประมาณ ๕ ชั่วโมงเท่านั้นนอกจากนี้สำหรับผู้ที่ชอบการขับรถเที่ยวก็สามารถนำรถยนต์ส่วนตัวข้ามผ่านแดนไปเมืองต่างๆ ของฝั่งลาว รวมทั้งไปยังเมืองหลวงพระบาง แต่ยังเป็นเส้นทางที่ยากลำบากสักหน่อยและระยะทางไกล เพราะต้องผ่านเข้าไปยังตัวแขวงไชยะบุรี จากนั้นไปลงแพขนานยนต์ข้ามแม่น้ำโขงต่อไปยังหลวงพระบางอีกทีหนึ่ง นับเป็นเส้นทางกึ่งๆออฟโรดทีเดียว แต่ก็ไม่ยากเกินกว่าจะไปเยือน...น่านจึงเป็นเส้นทางในการเปิดประตูสู่ดินแดนอินโดจีนที่น่าควรไปเยี่ยมเยือนอย่างยิ่ง

การทำเรื่องผ่านแดน

๑.ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) ประตับตราที่ฝั่งไทย (ห้วยโก๋น) และฝั่งลาว (น้ำเงิน) โดยสามารถเดินทางท่องเที่ยวอยู่ในประเทศลาวได้ไม่เกิน ๓๐ วัน (อย่าลืมดูวันหมดอายุของหนังสือเดินทางให้เรียบร้อย)

๒.ใช้บัตรผ่านแดนชั่วคราว (Border pass) สามารถทำบัตรผ่านแดนได้ที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติและศาลากลางจังหวัดน่านซึ่งต้องเตรียมหลักฐานในการทำบัตรผ่านแดนคือ รูปถ่าย ๒ นิ้ว จำนวน ๒ รูป และสำเนาบัตรประชาชน ๒ ใบ การทำบัตรผ่านแดนชั่วคราวสามารถอยู่ในประเทศลาวได้ไม่เกิน ๓ วัน หรือ ๒ คืน ๓ วัน และไม่สามารถเดินทาง ไปยังแขวงอื่นๆ ได้


 
© Copyright 2009-2010 All Rights Reserved By Nantouring.com.
Web Master: saratkhattiya@hotmail.com

บริษัท น่านทัวร์ริ่ง จำกัด

11/12 ถ.สุริยะพงษ์ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน 55000
Tel. 08-1961-7711, 0-5475-1122 Fax. 0-5475-1199
Email : nantouring@hotmail.com
TAT Licence No. 22-0210