หน้าแรกน่านทัวร์ริ่งหน้าแรกเว็บไซต์น่านทัวริงเกี่ยวกับจังหวัดน่านโปรแกรมทัวร์จังหวัดน่านทริปที่ผ่านมาห้องภาพน่านทัวร์ริ่งบันทึกการเดินทางจังหวัดน่านเว็บบอร์ดชาวน่านทัวริ่งคลิปวิดีโอเกี่ยวกับทีมงานน่านทัวริ่งหน้าสมาชิกน่านทัวริ่ง
 

แข่งเรือ เมืองน่าน

ตำนานแข่งเรือเมืองน่าน

"แม่น้ำน่าน"เปรียบเสมือนสายใยชีวิตของคนน่าน มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของคนน่านมาตั้งแต่อดีต ผู้คนได้ใช้ประโยชน์มากมาย เป็นน้ำกิน น้ำใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้ในการเกษตรกรรม การสัญจรไปมาหาสู่กัน และมีประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ คือ การแข่งเรือประเพณีจังหวัดน่าน เรือที่หัวและหางเรือเป็นรูปพญานาค

จากการบอกเล่าสืบต่อกันมา ในสมัยเจ้าผู้ครองนครองค์ใดไม่ปรากฏนาม ได้มีพระบัญชาให้ขุดเรือจากต้นตะเคียนทองขนาดใหญ่มาก ว่ากันว่าถึงขนาดตอของต้นตะเคียนสามสารถวางโก๊ะข้าว(สำรับข้าว)ได้ถึง ๑๐๐ สำรับ ขุดรากตัดแล้ว ประชาชนต่างก็ช่วยกันชักลากออกมาจากป่า

ด้วยความใหญ่โตของต้นตะเคียน ทำให้รอยลากไม้ได้กลับกลายเป็นร่องน้ำของแม่น้ำสมุนในปัจจุบัน(น้ำสมุน มีต้นกำเนิดในเทือกเขาดอยจิ อ.บ้านหลวง ไหลผ่าน ต.สะเนียน ต.ถืมตอง ต.ไชยสถาน ต.ดู่ใต้ ลงสู่แม่น้ำน่านที่บ้านสมุน ต.ดู่ใต้ อ.เมืองน่าน) เจ้าผู้ครองนครได้สั่งให้นำไม้ตะเคียนทองนั้นมาผ่าครึ่ง สร้างเป็นลำเรือขึ้นมาได้ ๒ ลำ คือเรือ ท้ายหล้า และเรือ ตาตอง ซึ่งคงจะตั้งชื่อตามตำหนิคือเรือท้ายหล้าจะไม่มีหางเรือ ด้วยว่าไม่สามารถสร้างเสร็จได้ เนื่องจากมีผีเรือมาแสดงอิทธิฤทธิ์ จนไม่สามารถสร้างท้ายเรือได้ ส่วนเรือตาตองคงเป็นลักษณะของลูกตา ที่ทำมาจากทองเหลือง (คนสมัยโบราณเรียก ทอง ว่า คำ ส่วน ตอง ในที่นี้ หมายถึง ทองเหลือง) เพื่อให้ประชาชนได้นำมาแข่งกันในช่วงน้ำลด สร้างความสนุกสนาน สร้างความรัก ความสามัคคีก่อนที่ฤดูเก็บเกี่ยวจะมาถึง

เรือท้ายหล้าและเรือตาตองถือเป็นต้นแบบของเรือแข่งเมืองน่านตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา โดยเรือจะสร้างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สวยงาม ลำเรือจะขุดจากต้นซุงทั้งต้น แบบเรือชะล่ารูปร่างเพรียว หัวและหางเรือ เรียกว่า หัวโอ้ และ หางวรรณ เป็นรูปลักษณ์คล้ายพญานาค โดยเชี่อกันว่าพญานาคเป็นสิ่งศักสิทธิ์ ที่จะดลบันดาลให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล บังเกิดความอุดมสมบูรณ์แก่ผู้คน และไร่นา ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่า บางปีเกิดอาเพศแห้งแล้ง ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล ประชาชนชาวน่านจะนำเรือมาพายในน้ำน่าน เสมือนว่ามีพญานาคมาเล่นน้ำเพื่อขอฝน เป็นที่น่าอัศจรรย์ว่ามีฝนตกทุกครั้งไป

ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าสืบต่อกันมาว่า เรือท้ายหล้า เรือตาตอง มีอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ ด้วยอำนาจของผีเรือ สำแดงเดชมากมาย เช่น หนีออกจาก โฮงเฮีย (โรงเรือ)ไปลอยเล่นในแม่น้ำน่านเองโดยไม่มีคนพาย ชาวบ้านชาวเมือง ต้องช่วยกันจับให้อยู่ เพื่อนำเรือท้ายหล้า เรือตาตอง ขึ้นฝั่งจนหักหลุด สถานที่ชาวบ้านช่วยกันเอาเรือขึ้น ตรงนั้นเรียกกันติดปากว่า ท่าน้าว (ปัจจุบันเป็นหมู่บ้านใน ต.ท่าน้าว กิ่งอ.ภูเพียง จ.น่าน) เรือตาตองก็จมสู่วังวน คอยแสดงอิทธิฤทธิ์ รบกวนผู้คนที่อาศัยอยู่แถบนั้น ด้วยการ ทักร้อง เอาเครื่องบูชา สังเวย

บางครั้งวันดีคืนดีก็จะปรากฏตัวให้ผู้คนเห็น บางทีวันโกนวันพระ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ติดแม่น้ำน่าน ก็จะได้ยินเสียงฆ้อง กลอง (พับพาง) ดังแว่วมาแต่ไกล ต่างเชื่อว่าเป็นการออกแล่นเรือของเรือท้ายหล้า เรือตาตอง ถือเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ อาณาประชาราษฎร์

ชาวเมืองน่านมีความพยายามหลายครั้ง ในการที่จะนำอาจารย์ มีวิชาคาถาอาคม มาปราบเรือท้ายหล้า เรือตาตอง แต่ก็ไม่สำเร็จ ประชาชนก็อยู่กันอย่างหวาดกลัวในอิทธิฤทธ์ ของเรือ ท้ายหล้า เรือตาตอง

ความเดือดร้อนของทวยราษฎร์ที่เกิดขึ้น ร้อนไปถึงวิญญาณของเจ้าหลวงปัว(เจ้าหลวงพญาผานอง) อดรนทนไม่ได้จึงแปลงร่างมาเป็นพระน้อย(สามเณร) ออกมาเดินถามชาวบ้านมี่ทำสวนอยู่ใกล้ๆกับปากสมุน ที่เรือท้ายหล้า เรือตาตองจมอยู่

สามเณรน้อย พูดกับชาวบ้านโดยถามว่า เรือท้ายหล้าเรือตาตอง มันอยู่ที่ไหน ชาวบ้านผู้นั้นชี้ให้ดู ที่เรือท้ายหล้า เรือตาตองจมอยู่ พระน้อยจึงใช้กาบปลีเป็นพาหนะกระโดลงสู่วัง แล้วมีการต่อสู้กันเป็นอลวน จนน้ำเป็นสีแดงคล้ายเลือดเต็มท้องน้ำ ผลปรากฏว่าเรือท้ายหล้า เรือตาตองเป็นฝ่ายแพ้จนเชื่อกันว่า เรือท้ายหล้า เรือตาตอง หนีมาจมน้ำวัง ของแม่น้ำน่าน ชื่อวังคำ (วังนี้อยู่ใต้ลงไปของปากแหง แม่น้ำแหง) ปัจจุบันอยู่ในท้องถิ่น ต.ส้าน อ.เวียงสา จ.น่าน วังคำ เป็นชื่อของพญาวังคำเจ้าเมืองแหง ซึ่งเมืองแหงคือเมืองเก่ายู่ใน อ.นาน้อย และแม่น้ำสายสำคัญ ของ อ.นาน้อย ก็คือ ลำน้ำแหง เรื่องราวที่ได้กล่าวมานั้นเป็นเพียงตำนานพื้นบ้านบางประการของการแข่งเรือเมืองน่าน

การแข่งเรือของเมืองน่าน ถือได้ว่าเป็นการรวมน้ำใจ รวมจิตวิญญาณผสมผสานภูมิปัญญาของชาวบ้าน ในหมู่บ้านที่มีเรือ หากถึงเทศกาลแข่งเรือ ก็จะนำเรือลงน้ำ เพื่อฝึกซ้อมการแข่งขัน ชาวบ้านจะนำห่อข้าว เงินทองมาช่วยกันสนับสนุนเรือของหมู่บ้านของตนจนถือได้ว่า การแข่งเรือเมืองน่านถือเป็นสมบัติ เป็นมรดกตกทอดของคนน่านทั้งจังหวัด ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง

ในช่วงเทศกาลแข่งเรือ ตามลำน้ำน่านจะได้ยินเสียงพับพาง ปี่แน และฆ้อง แว่วตามลำน้ำน่าน ถือเป็นสัญลักษณ์ของประเพณี อันเป็นหัวจิตหัวใจของคนน่านทุกคน

การแข่งเรือในอดีต จะแข่งกันหลังการทำบุญ ตานก๋วยสลาก ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวน่าน จะไม่มีการปล่อยเรือ แต่ใช้การตั้งลำเรือเข้าหากัน เมื่อหัวเรือตรงก็เริ่มแข่งได้ ไม่มีการแบ่งกระแสน้ำ นั่นหมายความว่าบรรพบุรุษของเรา ยึดมั่นในกฎ กติกา ไม่มีการเอาเปรียบคู่ต่อสู้ โดยรางวัลที่ได้ก็เป็นเพียง เหล้าขาวใส่บั้งไม้ไผ่ ช่วงหลังๆจะเป็นตะเกียงเจ้าพายุ พร้อมน้ำมันก๊าด ๑ ปี๊บ ใครชนะ ก็ตีฆ้อง กลองพับพาบ บ้างก็ลุกขึ้นฟ้อนพายเรือกลับบ้านอย่างมีความสุข อาหารกลางวันก็จะใช้การ ตกห่อข้าว โดยบ้านที่มีงานตานก๋วยสลาก จะใช้ห่อข้าวบ้านละ ๑ ห่อ โดยใช้ ข้าวเหนียว กับเนื้อย่าง น้ำพริก ห่อนึ่ง ใส่เข้าไป มอบให้กับฝีพายเรือที่มาแข่งขันกัน ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการแข่งเรือเมืองน่าน ถึงแม้ในปัจจุบันจะหาดูได้ยากแล้วก็ตาม

มีประเพณีความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการแข่งเรืออยู่หลายอย่าง ที่สอดแทรกเป็นกุศโลบายในการสร้างความรัก ความสามัคคี ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนเมืองน่าน เช่นการบูชาเทพสังเวยอารักษ์ที่สิงสถิตอยู่ในไม้ตะเคียนที่นำมาทำเป็นเรือ เรียกว่า ผีเรือ หรือคนภาคกลางเรียกว่า แม่ย่านางเรือ เป็นความเชื่อและถือปฏิบัติกันมานาน การจะนำเรือลงสู่แม่น้ำในรอบปี หรือเวลาลงแข่งขัน ต้องหาฤกษ์ หาวัน เวลา หรือแม้แต่หลังเสร็จสิ้นฤดูกาลแข่งเรือแล้ว จะมีพิธีบายศรีสู่ขวัญเรือ ละเลี้ยงผีเรือ เพื่อเป็นสิริมงคล แก่คนในหมู่บ้าน

การสู่ขวัญเรือ เป็นพิธีที่ทำหลังการแข่งเรือเสร็จสิ้นลงเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ที่สอนลูกหลานให้มีความกตัญญูกตเวที ต่อสรรพสิ่งที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับผู้คน สอดคล้องกับความเชื่อที่ว่า สรรพสิ่งย่อมมีสิ่งศักสิทธิ์คุ้มครองปกปักรักษาอยู่ เป็นการสร้างขวัญ กำลังใจให้กับฝีพายเรือให้มีกำลังใจฮึกเหิม ที่จะนำเรือมาแข่งขันกันในปีหน้า

ในปี พศ.๒๕๗๕ ภายหลังประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครอง ตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครรัฐถูกยุบไป ส่วนกลางได้ส่งข้าหลวง หรือผู้ว่าราชการจังหวัดมาปฏิบัติหน้าที่ ในช่วงพระเกษตรสรรพกิจ ดำรงตำแหน่งได้ดำริให้มีการทอดกฐินสามัคคีและจัดให้มีการแข่งเรือในเทศกาลทอดกฐิน เมื่อปี พศ.๒๕๐๓ มีการถวายกฐินพระราชทาน เรียกว่า กฐินหลวง ที่วัดหลวงกลางเวียง(ปัจจุบันคือวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร พระอารามหลวง) จวบจนปัจจุบันนี้ จะเริ่มต้นโดยถือเอาวันถวายทานสลากภัตของวัดพระธาตุช้างค้ำเป็นวันเริ่มแข่งเรือนัดเปิดสนาม และกฐินหลวง เป็นนัดปิดสนาม ถือเป็นการจบเทศกาลแข่งเรือในแต่ละปี

การแข่งเรือที่ถือว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในจังหวัดน่าน ก็คือการแข่งเรือนัดชิงถ้วยพระราชทาน ซึ่งจะมีงานถวายพระกฐินพระราชทาน ทอดถวายที่วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ซึ่งจะจัดในราวเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ที่ลำน้ำน่าน บริเวณสะพานพัฒนาภาคเหนือ ระยะทางประมาณ ๖๕๐ เมตรที่เรือพายแข่งกันตามน้ำลงมา จะมีประชาชนนับหมื่น ร่วมส่งกำลังใจให้เรือของหมู่บ้านของตนอย่างสนุกสนาน ถือเป็นประเพณีสำคัญของคนน่าน ที่สืบต่อกันมาเป็นประจำทุกปี

การแข่งเรือแบ่งออกเป็น ๓ ประเภท คือเรือใหญ่ฝีพายตั้งแต่ ๔๑-๕๘ คน เรือกลาง ฝีพาย ๓๑-๔๐ คน และเรือเล็ก ฝีพายไม่เกิน ๓๐ คน เป็นการแข่งเพื่อชิงโล่ และถ้วยพระราชทานมากที่สุดถึง ๖ รางวัล โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานถ้วยรางวัลประเภทเรือใหญ่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารฯ พระราชทานถ้วยเรือกลาง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานถ้วยเรือเล็ก นอกจากนี้ยังมีถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯประเภทเรือสวยงาม ละพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ประทานถ้วยประเภทกองเชียร์ และองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานโล่ ให้กับเรือใหญ่พิเศษอีกหนึ่งรางวัล

มีการส่งเรือเข้าร่วมการแข่งขันมากที่สุดคือมากกว่า ๑๐๐ ลำ โดยมีเรือเก่าแก่อายุมากที่สุดคือ เรือเจ้าแม่คำแดงเทวี และเรือเสือเฒ่าท่าล้อ ที่มีอายุกว่า ๑๐๐ ปี เข้าร่วมแข่งขัน มีการแสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรม ประเพณีที่เก่าแก่และดั้งเดิมของชาวน่าน และเรือแข่งเมืองน่าน เป็นเรือแข่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสวยที่สุด
 
 
 

 
ความเห็นที่:
1

http://www.nantouring.com/topic.php?id=222   กระทู้แข่งเรือ ท่าวังผาคับ

 

ออกความเห็นโดย: tummum หมายเลข IP: 125.25.188.241
เวลา: 5 ก.ย. 2551 13.28 น.
 
 

 
ความเห็นที่:
2

พอจะมี รายละเอียดเกี่ยวกับ เรือยาว เสือเฒ่าท่าล้อไหมครับ

 

อยากจะรบกวนโพส เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเรือเสือเม่า ลำนี้ให้หน่อยครับ

 

ได้ละเอียดจะดีมากเลยครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ

ออกความเห็นโดย: ผู้สนใจครับ หมายเลข IP: 203.154.236.197
เวลา: 22 ต.ค. 2551 10.03 น.
 
 

 
ความเห็นที่:
3
ออกความเห็นโดย: วา [ ok_ok32@hotmil.com ] หมายเลข IP: 118.173.226.195
เวลา: 11 ก.ค. 2552 12.15 น.
 
 


 
ชื่อผู้ลงความเห็น
*
อีเมล์แอดเดรส
*ลากไปวางในกรอบ
  จัดรูปชิดซ้าย จัดรูปกึ่งกลาง จัดรูปชิดขวา
 
  ขนาดรูปภาพไม่เกิน 100 kb สัดส่วนพอเหมาะคือ 640 x 480, 1024 x 748
นามสกุลเป็น jpg, jpeg, gif, png
 
รหัสยืนยัน
*
 
 
 
 
© Copyright 2011-2012 All Rights Reserved By Nantouring.com.
Web Master: saratkhattiya@hotmail.com

บริษัท น่านทัวร์ริ่ง จำกัด

11/12 ถ.สุริยะพงษ์ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน 55000
Tel. 08-1961-7711, 0-5475-1122 Fax. 0-5475-1199
Email : nantouring@hotmail.com
TAT Licence No. 22-0210