หน้าแรกน่านทัวร์ริ่งหน้าแรกเว็บไซต์น่านทัวริงเกี่ยวกับจังหวัดน่านโปรแกรมทัวร์จังหวัดน่านทริปที่ผ่านมาห้องภาพน่านทัวร์ริ่งบันทึกการเดินทางจังหวัดน่านเว็บบอร์ดชาวน่านทัวริ่งคลิปวิดีโอเกี่ยวกับทีมงานน่านทัวริ่งหน้าสมาชิกน่านทัวริ่ง
 

ภารกิจดรีมทีม

ช่วงเข้าพรรษา'51 ที่ผ่านมา เมืองน่านฝนตกติดต่อกันหลายวัน ทำให้ใครต่อใครต่างพากันวิตก ว่าน้ำจะท่วมเมืองน่านมั้ย ระดับน้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มปริมาณสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ปริ่มๆ ว่าจะล้นตลิ่ง แต่ยังไม่ท่วมปริมาณฝนที่ตกลงมาไม่แรงมาก ตกปรอยๆต่อเนื่องกันมาตั้งแต่เที่ยงวันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม 2551 และตกๆ หยุดๆ ไปเรื่อยๆ ตลอดทั้งอาทิตย์

18 กรกฎาคม 2551 สายฝนยังคงกระหน่ำเทลงมาอย่างไม่ขาดสาย เหมือนใครเปิดฝักบัวเทน้ำไว้แล้วไม่ปิด น้ำที่ไหลลงมาจกฝักบัวไม่แรงนัก แต่เพราะไม่ปิดวาล์วน้ำจึงไหลออกมาเรื่อยไม่ขาดสาย เพื่อนๆที่จะมาล่องแก่งน้ำว้า เดินทางมาถึงเมืองน่านแล้ว ฉันทำได้แค่เพียงหวังว่า ภารกิจในทริปนี้คงสำเร็จลุล่วงไปได้อย่างเรียบร้อย

จากตัวเมืองน่าน ออกเดินทางไปสู่ อ.บ่อเกลือ ฉันเลือกใช้เส้นทาง เมืองน่าน-ท่าวังผา-ปัว-บ่อเกลือ แต่ทีมสตาฟที่มุ่งหน้าไปเตรียมเรือก่อนใช้เส้นทาง น่าน-สันติสุข-บ่อเกลือ .... มาทางไหนกัน...ทางภูคาค่ะ..เออ ดีแล้ว เพราะถนนเส้นสันติสุขดินถล่ม พี่กำลังกลับรถเปลี่ยนเส้นทาง..เดี๋ยวเจอกันที่ดอยภูคา... เสียงตามสาย รายงานเส้นทางตลอดจนสภาพอากาศมาเป็นระยะ เราต่างลุ้นกันว่า วันนี้จะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง และเมื่อทีมงานเดินทางมาพบกัน ... พี่ว่าไง คงล่องไม่ได้ว่ะ ...แล้วถ้าฝนตกแบบไม่หยุดนี้ ทริปเดินป่าของเอ็ง ก็มีปัญหาด้วย... ความเงียบเริ่มเข้าครอบคลุม สายหมอกและลมหนาวห่อหุ้มร่างกายของเราเอาไว้ แน่นหนา .. ไปเหอะ..ลุยไปให้ถึงที่สุด...

เมื่อแรกเห็นลำน้ำว้าในวันนั้น ฉันรู้ทันทีว่าทริปล่องแก่งคงเดินหน้าต่อไปไม่ได้ เพราะน้ำว้าที่ปรากฎอยู่เบื้องหน้าเป็นน้ำโคลน ข้นๆ เดือดปุดๆ ฉันทำได้เพียงภาวนาให้คืนนี้ฝนหยุดตก และน้ำว้าลดระดับลง พรุ่งนี้เช้าพวกเขาจะล่องแก่งต่อไปได้

21 กรกฎาคม 2551 เพื่อนๆชุดสุดท้าย เดินทางกลับ กทม. ตามกำหนดเดิมทุกคนจะต้องกลับตั้งแต่เมื่อคืนวานแล้ว แต่ที่ไม่กลับ เพราะยังมีหวังกันว่าฝนจะหยุดตก และเราจะไปล่องแก่งตอนบนกัน เหตุผลที่ดึงดัน ไม่ใช่ดื้อรั้นอยากอวดเก่ง แต่เพราะงานหนังสือที่กำลังรอปิดต้นฉบับทำให้พวกเรามีความหวังว่า..ฝนจะหยุด แต่เมื่อรอกันมาหลายวัน ฝนไม่หยุด จึงได้ยอมถอยทัพ ราว เที่ยงของวันนั้น พี่ชายคนเดิมของฉันบอกว่า ...วันพุทธจะเข้าตอนบน... ได้เลยพี่ แต่เอ๊ะ เขาเพิ่งจะขึ้นเครื่องบินกลับไปเมื่อกี้เองนะ

23 กรกฎาคม 2551 เพื่อนๆเดินทางมาถึง สถานีขนส่งเมืองน่านพร้อมกับเสียงบ่น ... แล้วตรูจะเสียค่าเครื่องบินกลับไปทำไม... เราออกเดินทางไปรับสต๊าฟที่แม่จริม และเดินทางต่อไปยัง บ้านสะปันน้ำว้าลดระดับลงไปแล้ว สีของน้ำว้าจางลง แต่..เห็นสีจืดอย่างนี้เนี่ย ขอบอกว่าคุณภาพอัดแน่นทุกแก่ง ทุกคนไม่ประมาท เพราะเคยมีประสบการณ์ล่องแก่งน้ำว้ากันมาแล้วทุกคน พูดง่ายๆ ว่าดรีมทีมชุดนี้คัดตัวกันมาเป็นอย่างดี

เราผ่านลำน้ำว้าตอนบนในช่วงแรก อย่างไม่ง่ายดายนัก เพราะถึงจะยังไม่ถึงแก่งใหญ่ แต่จำนวนแก่งที่อยู่ติดๆกันแบบแก่งต่อแก่งไม่มีเวลาพัก ก็ทำให้มีเสียงบ่นออกมา..เฮ้ย..ยังไม่หมดอีกเหรอวะ.. เออ ดิ ล๊อกขาดีๆนะพี่ พายแรงๆ อย่าหยุด อย่าตกจากเรือเด็ดขาด น้ำแรงไหลเร็วมาก เดี๋ยวเก็บไม่ทัน.. ฉันได้เพียงแค่บอกให้พี่เขาพายแรง เพราะตัวเองไม่ได้พาย แต่ลุ้นกว่าคนที่พายอ่ะ ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ ถ้าเรือคว่ำขอคว่ำด้วยมือตัวเองดีก่า

เมื่อมองเห็นแก่งอยู่เบื้องหน้า เราจะถามนายท้ายว่า ...เอาไงพี่ ร่องไหน ด่วน.... ว่าไงก็ว่าตามกัน อ่ะคับ ไม่ดื้อ ไม่ซน ท้ายสั่งอะไรก็ทำมหด ไม่มีเกี่ยงคับ เพราะลงเรือลำเดียวกันแล้วต้องไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้ช่วงเช้านี้เราผ่านแก่งมาได้อย่างปลอดภัย ไม่มีอุบัติเหตุเรือคว่ำเกิดขึ้น เฮ้อ...รอด! แต่ก็ยังสงสัยกันว่าทำไมยังไม่ถึง แก่งวังเปียนกันซักที เพราะปกติเราจะถึงแก่งวังเปียนตอนสายๆ ที่สงสัย เพราะต้องระวังไม่ให้พายเรือลงไปในแก่ง

น้ำว้าตอนบนจะมีแก่งใหญ่ หรือจะเรียกว่าน้ำตกก็ได้ เพราะแม่น้ำลดระดับ หัก ดิ่ง จนกลายเป็นน้ำตกน้อยๆแต่กระแสน้ำมีพลังมหาศาล ถ้าหากพลัดตกลงไป คงไม่รอดอ่ะคับ แก่งวังเปียนเป็นแก่งน้ำตก ที่เราต้องปล่อยเรือเปล่าผ่านลงไปในแก่ง และตัวฝีพายก็เดินครับ เดินเลาะลำน้ำว้าไปรอที่ท้ายแก่ง แล้วค่อยออกแรงพายเรือฝ่าแก่งเดือดกันต่อไปเรื่อยๆ ก็จะพบกับแก่งน้ำตกอีกแก่งหนึ่ง ชื่อแก่งถ้ำหอก แก่งนี้จะยาวกว่าแก่งวังเปียน เราต้องปล่อยเรือเปล่าลงแก่งเหมือนเดิม ส่วนคนก็เดินเลาะริมน้ำไปเรื่อยๆ ในวันนั้น น้ำแรง แก่งยาวเป็นพิเศษ จึงต้องเดินกันเป็นระยะทางยาวกว่าเดิม มีแอบเดินป่า โรยตัวด้วยนะ

ก่อนที่จะมาถึงแก่งถ้ำหอก เรืออีกลำเสียหลักพลิกคว่ำ เทกระจาดกระจายกันไปคนละทิศละทาง แบบว่าโดนกระแสน้ำพัด ต่างคนต่างไป ไม่ต้องคิดถึงคนอื่นเลย คิดช่วยตัวเองอย่างเดียว อุ๋ม เข้าฝั่งได้ก่อนใคร เกิง โดนน้ำซัดติดกิ่งไม้อยู่ใต้แก่ง แต่ก็หลุดออกมาได้ พี่หมี โดนน้ำดูดอยู่นาน ขาแพลง แข้งเขียว ป้อม ผลุบๆโผล่ๆ สำรวจร่องน้ำมาได้สองแก่ง แบบว่าคว่ำตั้งแต่แก่งที่แล้ว เข้าฝั่งได้แก่งหน้าอ่ะ กว่าจะพาทุกคนกลับมานั่งในตำแหน่งเดิมบนเรือก็นานโขอยู่ มีการสับเปลี่ยนเรือกันเล็กน้อย เพราะพี่หมีบาดเจ็บ เรือลำที่คว่ำขาดฝีพาย จึงได้สลับคนไปช่วยพาย

เมื่อเราผ่านแก่งถ้ำหอกมาได้ไม่นานนัก พี่คิดชี้ให้ฉันดูน้ำตกริมฝั่งน้ำว้า เฮ้ย..ดูดิ สวยอ่ะ น้ำตกนี้ใหญ่กว่าอันอื่น ...พี่คิดไม่ต้องดูแล้ว พาย พี่ พาย แก่งอยู่ข้างหน้า พาย! เบื้องหน้าเป็นแก่งน้ำเดือด มีหลุมไฮโดรที่เห้นได้ในระยะไกลอยู่หลายลูก เรือลำแรกผ่านไปได้แล้ว แล้วฉันล่ะ... สู้มัน! เสียงอาหมายร้องตะโกนปลุกขวัญสมาชิกในเรือ เราผ่านหลุมไฮโดรหลุมแรกมาได้ มาถึงหลุมที่สอง.... ตรูว่าแล้ว หัวเรือลอยขึ้นและเรือตีลังกา เทกระจาดทั้งลำ ฉันจมน้ำติดอยู่ใต้ท้องเรือ กระแสน้ำปั่น ดูด คลาย โผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำอีกครั้ง เห็นอาหมาย อยู่ใกล้ๆ หวังจะให้เป็นที่พึ่ง จึงยื่นมือไปเกาะไหล่ เฮ้ย..อย่าจับ แหม..ปล่อยก็ได้วะ ในมืออีกข้างหนึ่งของฉันยังกำไม้พายเอาไว้ พยายามตะเกียกตะกายเข้าฝั่ง แต่ไม่สำเร็จ จึงปล่อยพาย แล้วกระแสน้ำก็ทำให้ฉันผลุบๆ โผล่ๆ ลอยไป ฉันจมอยู่ใต้น้ำ รู้ว่าอากาศกำลังจะหมด น้ำก็คลายเกลียวปล่อยฉันขึ้นมาสูดอากาศ แล้วก็ดูดกลับลงไปใต้น้ำ เป็นอย่างนี้อยู่หลายครั้ง จนฉันลอยไปเจอกับกิ่งไม้ พยายามจับยื้อเอาไว้ยังไง ก็สู้ความแรงของกระแสน้ำไม่ได้ จับกี่ต้นๆ ก็ลื่นหลุดมือ จนฉันหันไปเจอน้องสต๊าฟที่ลอยคอตามมา จึงส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ น้องพาฉันเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย แต่ฉันเห็นลุงจืดลอยคอผ่านไป จึงได้รู้ว่า ข้าไม่ได้มาคนเดียว

ฉันขึ้นไปนอนแผ่อยู่บนก้อนหินริมน้ำได้ซักพัก นัฐก็เดินทวนน้ำขึ้นมา ..อ้าว พี่มานอนอยู่ที่นี่เอง ข้ามไปที่เรือฝั่งโน้นมั้ย...ไม่ไป เอาเรือมารับด้วย..แล้วนัฐก็โดดน้ำลอยคอข้ามไปยังเรือที่จอดอยู่อีกฟากหนึ่ง บ้าป่าว แค่ลอยน้ำมาก็จะตายอยู่แล้ว ยังจะให้ตรูโดดน้ำ ว่ายข้ามไปฝั่งนู้น ฉันนอนพักอยู่นาน กว่าอาการปวดหัวจะหายไป คงเป็นเพราะขาดอากาศหายใจไปนานมาก ( ไม่อยากจะคุยว่าครั้งนี้ฉันกลั้นหายใจใต้น้ำได้ อิอิ มะได้กินน้ำว้าอ่ะ) และเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนคุยกันอยู่ใกล้ๆ จึงเดินทวนน้ำขึ้นไปรวมกลุ่มกับเขา อุ๋มซึ่งอยู่เรือลำที่ไม่คว่ำบอกว่า ฉันลอยน้ำมาไกลมาก เหนือโค้งน้ำที่เห็นไกลสุดสายตานั่นอีก ส่วนพี่คิด และพี่หมี เข้าฝั่งได้ก่อนใคร แต่ ตรงที่แกเข้าฝั่งได้อ่ะเป็นผาหิน แกคงปีนหินขึ้นไปด้านบน และจะเดินตัดป่าลงมาหาเราตรงจุดที่จอดเรือ เราร้องตะโกนเรียกให้พี่จืดที่นอนแผ่อยู่เลยไปไม่ไกลนัก เดินทวนน้ำขึ้นรวมกลุ่มกัน และมื่อสมาชิกครบ เราก็มีประเด็นใหม่ให้ถกกัน

ขณะนั้นเวลาหกโมงเย็น แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ เริ่มริบหรี่ลง เกิงหันไปถามอาหมายว่าอีกไกลมั้ย กว่าจะได้ขึ้นฝั่ง เพราะจะมืดแล้ว... แล้วถ้าข้างหน้าเป็นแก่งแล้วเรือคว่ำอีกล่ะ กว่าจะกู้เรือได้แต่ละครั้ง คว่ำที ก็ชั่วโมงนึง .. ตรูจะเดินป่าออกไป ตรูมีจีพีเอส... แต่เกิงไม่มีรองเท้านะ ไม่มีไฟฉายด้วย... เมื่อชุดกู้ภัยตามาสมทบสมาชิกครบเราลงมติว่าเหลือระยะทางอีกไม่ไกล เราจะพายเรือออกไปกัน..ง้านถ้าถึงแก่งขอเดินลงได้นะ ไม่พายเรือลงแก่ง..เกิงออกความเห็น ..ได้..

ฉันเริ่มปลุกขวัญสมาชิกบนเรือ สู้ๆ เราจะพายเรือกลับบ้านกัน เราจะไม่คว่ำ ออกเรือมาได้ไม่นาน ก็มาพบกับแก่งน้ำตกขวางกั้นตลอดลำน้ำ ฉันกับลุงจืด หันมาสบตากัน ดีนะพี่ ที่เข้าฝั่งได้ก่อน ไม่งั้นนะ... เรือลำแรกหันหัวเข้าฝั่ง ดูร่องน้ำ เกิงหันมาถามว่า เดินเลยมั้ย ...ไป! เรือลำแรกทะยานออกไปก่อน ตามด้วยเรือของฉัน เราผ่านแก่งมาได้แบบไม่คิดมองการณ์ไกล ขอแค่ให้รอดจากแก่งที่อยู่ตรงหน้า แก่งอื่นค่อยว่ากันทีหลัง พยายามรักษาระยะห่างกับเรือลำแรก เพราะจะได้ดูว่าเขาไปร่องน้ำร่องไหน ตามเขาไป ถ้าเขารอด เราก็รอด ถ้าเขาคว่ำเราค่อยเปลี่ยนร่องน้ำ จนเมือถึงแก่งโค้งหักศอก มีหน้าผาหินอยู่ทางขวามือ เรือลำแรกลงทางขวาสุดและจ้วงซ้ายออก เพื่อไม่ให้เรือปะทะกับผาหิน ลำแรกผ่านไปได้ด้วยดี ถึงทีเราแล้ว ลงทางขวาสุดเหมือนกัน แต่ออกซ้ายไม่ทัน ฉันเห็นแล้วว่าฝั่งที่ฉันนั่งอยู่จะต้องปะทะกับผาหินด้านขวา แต่มันต้องถ่ายน้ำหนักลงขวานะ เอาไงดี หินกะไหล่ เอาตัวเองให้รอดก่อนละกัน น้ำซัดเรือเข้าหาผาหินอย่างรวดเร็ว ฉันเอี้ยวตัวหลบมาทางซ้าย แรงปะทะทำให้เรือเอียงตั้งฉากไปทางซ้าย ฉันและพี่จืด ถ่ายน้ำหนักไปด้านขวา เมื่อเรือทรงตัวได้แล้วจึงรู้ว่าพี่หมีและพี่คิดตกลงไปในน้ำ แต่ยังเกาะเรือเอาไว้ได้ ลุงจืดคว้าพายจากพี่คิดมาพายเอง และฉันดึงพี่หมีขึ้นมาจากน้ำ เมื่อผ่านมาได้ ฉันและพี่จืดต่างเฮลั่น เย้!......สู้ๆ

ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้ว ไม่มีแสงสว่างหลงเหลืออยู่เลย ไม่มีใครถามว่าอีกไกลมั้ย ใจจดจ่ออยู่ที่แก่งเบื้องหน้า เราต้องผ่านมันไปให้ได้ เรือของเราจะไม่คว่ำ จนกระทั่งเรามาถึงบริเวณที่ลำน้ำขยายกว้างขึ้น เรารอดแล้วพี่ ข้างหน้าไม่มีแก่งแล้ว อีกไม่ไกลจะถึงบ้านสบมางแล้ว เฮ้!

วันนั้นเราเสร็จภารกิจดรีมทีม ยกเรือขึ้นฝั่งได้ตอนทุ่มครึ่ง นั่งรถฝ่าสายฝนที่ยังคงโปรยปรายลงมาเรื่อยๆ ฝ่าสายหมอกที่หนาจนกระทั่งมองไม่เห็นทาง ผ่านขึ้นดอยภูคา กลับเข้ามาถึงในเมืองน่านได้อย่างปลอดภัย >>>
 
 
 

 
ความเห็นที่:
1

ขอตีมือให้เลยคับเพ่...สุดยอดจริงๆๆๆ

หนูก็ไปทริปเข้าพรรษาก็พวกพี่เหมือนกัน แต่ขอกลับไปตั้งหลักที่ กทม.ก่อน

เก็บแรงไว้มาล้างแค้นครวหน้า  แล้วก็ได้มาแก้มือตอนวันที่19-21 ก.ย. นี้เอง

น้ำน้อยลงกว่าตอนนั้น แต่ก็โหด-มัน-ควำกระจายเหมือนกัน555

จะเฝ้ารอหน้าแผงหนังสือ.....รอยืนอ่านฟรีอยู่นะฮ่ะ

ออกความเห็นโดย: หนู๋ส้ม.. [ panadta@hotmail.com ] หมายเลข IP: 125.24.20.104
เวลา: 28 ก.ย. 2551 20.30 น.
 
 


 
ชื่อผู้ลงความเห็น
*
อีเมล์แอดเดรส
*ลากไปวางในกรอบ
  จัดรูปชิดซ้าย จัดรูปกึ่งกลาง จัดรูปชิดขวา
 
  ขนาดรูปภาพไม่เกิน 100 kb สัดส่วนพอเหมาะคือ 640 x 480, 1024 x 748
นามสกุลเป็น jpg, jpeg, gif, png
 
รหัสยืนยัน
*
 
 
 
 
© Copyright 2011-2012 All Rights Reserved By Nantouring.com.
Web Master: saratkhattiya@hotmail.com

บริษัท น่านทัวร์ริ่ง จำกัด

11/12 ถ.สุริยะพงษ์ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน 55000
Tel. 08-1961-7711, 0-5475-1122 Fax. 0-5475-1199
Email : nantouring@hotmail.com
TAT Licence No. 22-0210